ดวงคู่รัก บุพเพสันนิวาส เกิด-ตาย วันเดียวกัน

1_aP_eN-y4RUyyvg2onGHECg.jpeg

อันว่า “คู่แท้” หรือ “บุพเพสันนิวาส” คน 2 คน จากต่างบิดา มารดา จะมาพบกัน ลงรอยกัน ผูกสมัครรักใคร่กันนั้น พวกเขาทั้งคู่ต่างย่อมต้องมีวาสนาที่ดีต่อกันในอดีตชาติ เรื่องของบุพเพฯ นั้น อยู่คู่กับสังคมไทยมาแต่ช้านาน ด้วยอิทธิพลความเชื่อทางศาสนา ในเรื่องของ “กรรม” และ คำสอนของพระพุทธองค์ แม้แต่ความเชื่อที่ว่า เนื้อคู่ คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ในฐานะผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ ผู้เขียนเองเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่กลับหากรณีศึกษาจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้ได้ยากเหลือเกิน

“บุคคลผู้ซึ่งเกิดในช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์สำคัญบนท้องฟ้า ชีวิตของเขาย่อมส่งอิทธิพลบางอย่างที่สำคัญต่อคนในสังคมนั้น ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

จากข่าวสุดสะเทือนใจ กรณีของคู่รักที่เกิด วัน เดือน ปี เดียวกัน และ เสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถือว่าส่งอิทธิพลมากระดับหนึ่งต่อสังคม โดยเฉพาะวงการสื่อสารมวลชน ที่สงสัยว่าเหตุใดน้องทั้ง 2 คนนี้ จึงมีรูปแบบชีวิตและชะตากรรมที่สอดคล้องกันมาก ซึ่งตรงจุดนี้สามารถอธิบายความเข้าใจได้ด้วยความรู้ทางวิชาโหราศาสตร์ และไปย้ำรอยกับทฤษฎี อาตมัน-ปรมาตมัน

“บุคคลผู้ซึ่งเกิดในช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์สำคัญบนท้องฟ้า ชีวิตของเขาย่อมส่งอิทธิพลบางอย่างที่สำคัญต่อคนในสังคมนั้น ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

ทางผู้เขียนเห็นว่านี่คือกรณีศึกษาที่ไม่ได้พบเห็นได้โดยปกติ และเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับ โหราศาสตร์ยูเรเนียน แม้จะยังไม่ได้ขออนุญาตอย่างเป็นทางการจากญาติทั้ง 2 ฝั่งของน้อง แต่ทางผู้เขียนขอแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 คน ประหนึ่งอาจารย์ที่มอบความรู้ให้ทั้งตัวผู้เขียนและผู้อ่าน และหากบทความนี้สร้างความไม่สบายใจแก่ญาติของน้อง ๆ ผู้เขียนขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้ และสามารถติดต่อขอให้เอาบทความนี้ออกได้ครับ

“As Above, So Below”

“เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็ย่อมเป็นเช่นนั้น”

จากข้อมูล น้องทั้งคู่ เกิดวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2540 ซึ่งในกรณีนี้เราไม่ทราบเวลาเกิดจริง ทราบเพียงว่า เกิดเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นหมายความว่า ลัคนา ของทั้งคู่ย่อมสัมพันธ์กัน เรือนชะตาย่อมสัมพันธ์กัน และเมื่อเกิดในวันเดียวกัน อาทิตย์ ย่อมต้องอยู่ในองศาเดียวกันด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อดาวดวงใดดวงหนึ่งทำมุม ต่อลัคนา เมอริเดียน และ อาทิตย์ พวกเขาทั้งคู่ ย่อมได้รับผลกระทบไปพร้อม ๆ กัน
หากลองมองย้อนปรัชญาของวิชาโหราศาสตร์ที่ว่า

“As Above, So Below”

“เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็ย่อมเป็นเช่นนั้น”

เมื่อการจากไปของน้องทั้งคู่ สร้างผลกระทบต่อจิตใจของคนในสังคมเป็นอย่างมาก จึงเกิดสมมติฐานว่า ณ เวลาที่น้องเกิด พวกเขาปรากฏบนโลกใบนี้ด้วยอิทธิพลในระดับ “ปรมาตมัน” ตั้งแต่ต้นแล้ว นำไปสู่คำถามสำคัญก็คือ…

ในวันที่น้องทั้งคู่เกิดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนมีปรากฏการณ์สำคัญใดบ้าง ?

จะเห็นได้ว่า น้องทั้งคู่เกิดในวัน อมาวสี หรือ วันจันทร์ดับ (New Moon) คือ วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2540 จากปรัชญามูลฐานทางโหราศาสตร์ ที่ว่า “As Above, So Below” จึงเลือกเวลา “จุดอมาวสี” มาใช้แทนเวลาเกิด ซึ่งน่าจะปรากฏข้อมูลอะไรบางอย่างในดวงชะตาของทั้งคู่ เพราะคนที่เกิดในช่วงเวลานี้ ก็ย่อมได้รับอิทธิพลของ “ดวงอมาวสี” ในรอบนั้นติดตัวไปกับชีวิตด้วยเช่นกัน
จุดอมาวสี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 คือเวลา 14:03

2018-03-19-20-34-21 ตั้งเรือน เมอริเดียน.png

“ประสบอุบัติเหตุ ร่วมกับผู้อื่น”

เมื่อตั้งเรือนชะตาเมอริเดียน จะพบ พุธ แอดเมตอส ในเรือนที่ 8

02.jpg

การสูญเสีย การสละออกไปในชีวิตของเจ้าชะตา เกี่ยวของกับ ดาวพุธ และ แอดเมตอส หรือก็คือ การเดินทาง และ การบีบอัด แรงกระแทก หรือ การตรึงอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับไปไหนได้

หากตรวจมุมสัมพันธ์ดาวลงไปอีก จะพบว่า อังคาร กุม ราหู และ ทำมุม 135 องศา กับ ยูเรนัส เช่นกัน แปลคือ “ประสบอุบัติเหตุ ร่วมกับผู้อื่น” (ซึ่งไม่โดนคนเดียว มักจะโดนเป็นคู่ เพราะมี ราหู อยู่ด้วย) เพราะฉะนั้น Complex ของสมการดาวชุดนี้ น่าจะปรากฏอีกครั้ง ในขณะที่ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุ

 

“การแตกร้าวในครอบครัวหรือหมู่คณะ”

และอีกจุดหนึ่งที่ตอบข้อสงสัยว่า ทำไมเรื่องราวในชีวิตของทั้งคู่จึงคล้ายคลึงกัน จากเนื้อหาข่าวคือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ครอบครัวของน้องทั้งสองคนมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้น้องผู้ชายอยู่กับแม่ ส่วนน้องผู้หญิงอยู่กับพ่อ ซึ่งตรงนี้จะสังเกตได้จาก เมอริเดียน ที่อยู่ราศีกรกฎ ซึ่งสามารถอ่านไขว้เพศได้คือ

  • หากแทน เมอริเดียน คือ ชาย ราศีกรกฎจะแทนความหมายว่า แม่ จึงทำให้น้องผู้ชายอยู่กับแม่
  • หากแทน ราศีกรกฎ คือ หญิง ก็คือน้องผู้หญิง ซึ่งมีเมอริเดียนอยู่ด้วย นั่นหมายถึง อยู่กับพ่อ

03.jpg
และการแยกกันของครอบครัวนี่เอง ที่สามารถสังเกตได้จาก เนปจูน และ คิวปิโด ที่อยู่ตรงเส้นแบ่งราศีพอดี ทำให้ศูนย์รังสี เนปจูน/คิวปิโด อยู่ตรง “จุดมกร” เมื่อจับคู่แปลความหมายตาม คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ ของ อ. พลตรี ประยูร พลอารีย์ จะได้ว่า “การแตกร้าวในครอบครัวหรือหมู่คณะ”  ทั้งคู่จึงอาศัยอยู่กับครอบครัวที่เหลืออยู่ตามนี้

04.jpg

ข้อสังเกตอีกหนึ่งอย่างก็คือ ในดวงกำเนิดที่ตั้งจากเวลาอมาวสี จะเห็นว่า ค่าองศาความห่างระหว่าง เมอริเดียน และ อาทิตย์/จันทร์ (จุดอมาวสี) จะห่างกันประมาณ 25 องศา

รูปพิเศษ.jpg

ซึ่งเราสามารถนำตัวเลขนี้ ไปหาค่าความต่างจากตัวเลขมุมฮาร์โมนิคที่เราใช้ได้เช่นกัน ในกรณีนี้เราใช้เลขมุม 45 องศา จะได้ผลความต่าง คือ 20 องศา (45 องศา – 25 องศา =20 องศา)
ตรงนี้หมายความว่า ช่วงที่น้องทั้ง 2 คน มีค่าโค้ง v1 เท่ากับ 20 และ 25 (ค่า โค้ง v1 อาจคลาดเคลื่อนได้จากอายุจริงประมาณ 1 ปี แล้วแต่อัตราโคจรอาทิตย์ ณ วันที่เกิด) จะมีการทำมุมกันของ เมอริเดียน และ อาทิตย์/จันทร์ ในดวง v1 และ ดวงกำเนิด

  • เมื่ออายุประมาณ 20 ปี (ค่าโค้ง v1 = 20) เมอริเดียน ( v1) จะทำมุมถึง อาทิตย์/จันทร์ (กำเนิด)
  • เมื่ออายุประมาณ 25 ปี (ค่าโค้ง v1 = 25) อาทิตย์/จันทร์ ( v1) จะทำมุมถึง เมอริเดียน (กำเนิด)

แปลว่าใน 2 ช่วงอายุนี้ มีแน้วโน้มที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่ส่งผลต่อสถานภาพชีวิตของเจ้าชะตา แต่ในกรณีนี้ น้องทั่งคู่เสียชีวิตไปก่อนแล้ว เมื่อค่าโค้ง v1 = 20

ดวงทินวรรษ (Solar Return)

จาก ดวงอมาวสี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 ที่เรานำมาใช้เป็นเวลาเกิดนั้น หากคำนวณดวงทินวรรษในปีที่เกิดเหตุนี้ จะตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2560 เวลา 10:07

05.png

 

“อุบัติเหตุ หรือ ถึงแก่กรรมโดยฉับพลัน”

“หากเจ้าชะตาจะต้องมีการสูญเสีย จะเป็นไปในลักษณะของการสูญเสียอย่างฉับพลัน หรือ เกิดการพลัดพรากในทันทีทันใด”

เมื่อตรวจทินวรรษพบว่า สมมติฐานที่ตั้งไว้เกิดขึ้นจริง เพราะ เสาร์ (จร) ทำมุมฉาก 90 องศา กับ จุด อังคาร และ ราหูเดิมนั่นเอง (กลุ่ม Complex ดาวชุดเดิม) และ ที่สำคัญมาก ซึ่งเราพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก คือ Same equation เป็นภาพที่ปรากฏซ้ำอยู่ในดวงอมาวสีอยู่แล้ว

06.jpg

ราหู+อังคาร-เสาร์ (จร) = ราหู+อังคาร-เสาร์ (กำเนิด)
และทำมุม 45 องศา กับ เสาร์ (กำเนิด) เช่นกัน
คือเป็น Same equation ที่เข้าสูตร A+B-C=C
จากสมการชุดข้างบน เริ่มมีน้ำหนักเพียงพอที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้บ้างแล้ว แต่เราจะลองมองโครงสร้างอื่น ๆ อีกว่า มีจุดอุบัติเหตุที่บ่งบอกเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง
จากดวงทินวรรษ ความสัมพันธ์แบบดาวเดี่ยวที่สำคัญพบว่า
ราหู (จร) ทำมุม กับ ยูเรนัส (v1)
ยูเรนัส (จร) ทำมุมกับ เมอริเดียน (v1), ลัคนา (v1) และ พุธ (v1)
ยูเรนัส (v1) = พุธ (จร)
**ตรงส่วน ยูเรนัส (v1) = พุธ (จร) และ ยูเรนัส (จร) = พุธ (v1) ถือเป็น Reciprocal**
อังคาร (จร) = ยูเรนัส (กำเนิด)
จันทร์ (จร) = ยูเรนัส (จร)
อาทิตย์ และ จันทร์ (v1) = แอดเมตอส (กำเนิด)
หรือก็คือ ดาวยูเรนัส ค่อนข้างแสดงอิทธิพลมาก ในดวงทินวรรษรอบนี้ เมื่อใช้ จุดอิทธิพล (Sensitive Point) อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส ซึ่งแปลว่า “อุบัติเหตุ หรือ ถึงแก่กรรมโดยฉับพลัน”

อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (จร) =ยูเรนัส (v1), อังคาร (v1), ราหู (v1) ชุด Complex เดิมในดวง v1
อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) ซึ่งก็เข้ารูปสมการ A+B-C=C เช่นเดิม
ซึ่งในดวงกำเนิด จุด อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส = เสาร์ อยู่แล้ว แปลรูปประโยคคือ

“หากเจ้าชะตาจะต้องมีการสูญเสีย จะเป็นไปในลักษณะของการสูญเสียอย่างฉับพลัน หรือ เกิดการพลัดพรากในทันทีทันใด”

เมื่อภาพดาวปรากฏชัดในดวงทินวรรษปีนี้แล้ว ในดวงอมาวสี จะปรากฏข้อมูลอะไรบ้าง ?

ดวงอมาวสี (New Moon)

ดวง อมาวสีในรอบที่เกิดเหตุการณ์ ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 เวลา 04:05

07.png

สิ่งแรกที่มองเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่าคือ จุด อมาวสี ใกล้กับ ยูเรนัส (v1) มาก และ ยูเรนัส (จร) ทำมุม 180 กับเมอริเดียน ขณะที่เกิดอมาวสีด้วย
เมื่อไล่ความสัมพันธ์จากจุดเจ้าชะตากับดาวเดี่ย่วแล้วพบว่า

  • ลัคนา (v1) และ เมอเริเดียน (v1) = อาทิตย์ และ จันทร์ (กำเนิด) แปลว่า เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อสถานภาพชีวิตของเจ้าชะตา
  • อาทิตย์ และ จันทร์ (v1) = แอดเมตอส (กำเนิด) เจ้าชะตาประสบกับ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับแรงบีบคั้น กดทับ แรงกระแทก
  • เสาร์ (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) พลัดพรากอย่างฉับพลัน

เมื่อเริ่มใช้ ศูนย์รังสี ที่เกี่ยวข้องพบว่า

  • ยูเรนัส/เสาร์ (จร) = ราหู (v1) พลัดพรากอย่างฉับพลันกับ คนสนิท หรือคนที่ผูกพันด้วย
  • ยูเรนัส/เสาร์ (v1) = แอดเมตอส (กำเนิด) พลัดพรากอย่างฉับพลันด้วยแรงบีบคั้น แรงกระแทก
  • อังคาร/เสาร์ (จร) = ราหู (กำเนิด), ยูเรนัส (กำเนิด) การถึงแก่กรรมของคนที่ผูกพันด้วย

เมื่อจับดาวทั้งหมดในกลุ่มนี้ มาสร้างจุดอิทธิพล ยูเรนัส+เสาร์-ราหู ซึ่งแปลว่า “อยู่ในเหตุการณ์การพลัดพรากที่เกิดโดยฉับพลัน” ก็พบว่า
ยูเรนัส+เสาร์-ราหู (กำเนิด) = ราหู (v1) เข้าสูตร A+B-C=C
แต่ในความเห็นส่วนตัว จุดที่ว่านี้ บอกแค่ว่า อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีดวงกำเนิดเหมือนกัน และเป็น ราหู ซึ่งกันและกันเองอยู่แล้ว แต่น่าจะต้องมีสมการชุดอื่นที่เข้าถึงจุดเจ้าชะตาแบบตรง ๆ
เมื่อจับดาวในกลุ่มเดิมนั้น มาลองสร้างจุด อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส ซึ่งแปลว่า “ถึงแก่กรรมโดยฉับพลัน” จึงพบสมการที่ตรงตัวมากที่สุดนั่นก็คือ อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (จร) = เมอริเดียน (กำเนิด)
และเมื่อสมการชุดนี้สำคัญที่สุด ก็ต้องปรากฏในดวงโค้งสุริยยาตร์ v1 (Solar Arc v1) ด้วยเช่นกัน ซึ่งปรากฏว่า
อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) เข้าสูตร A+B-C=C
ซึ่งจะไปตอบโจทย์ใน Complex แรกสุดที่ว่า พื้นดวงมี อังคาร กุม ราหู = ยูเรนัส อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จึงต้องนำพาอิทธิพลเรื่องนี้จากดวงกำเนิดมาด้วย
และอีก 1 Complex ที่น่าสนใจคือ แอดเมตอส (จร) = ลัคนา (จร) = ยูเรนัส (v1) = ราหู (v1)
เมื่อเราจับดาวทั้งหมด มาตั้งเป็นจุดอิทธิพล
กลุ่มสมการชุดแรก แอดเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา ซึ่งแปลได้ว่า “ความตายเนื่องจากผู้อื่น”
แอดเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา (จร) = แอดเมตอส (v1), ยูเรนัส (จร)
แอดเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา (v1) = เสาร์ (จร), ฮาเดส (จร), พฤหัส (กำเนิด และ จร)
แอเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา (กำเนิด) = ฮาเดส (กำเนิด)
**ตรงจุดนี้เห็นว่า ไม่ได้ทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาโดยตรง แต่สัมพันธ์กับ พฤหัส ทั้งใน กำเนิด และ จร ซึ่งอาจมองว่า น้องน่าจะเสียชีวิตทันทีโดยไม่ทรมาน**
กับอีกกลุ่มสมการชุดหนึ่ง คือ แอดเมตอส+ยูเรนัส-ราหู ซึ่งแปลได้ว่า เพื่อนสนิท คนที่เราผูกพันด้วย ประสบกับ การพลัดพรากโดยฉับพลัน ด้วยอาการสั่นสะเทือน แรงบีบอัด แรงปะทะ ซึ่งในกรณีนี้คือ รถชน นั่นเองโดยที่ แอดเมตอส+ยูเรนัส-ราหู (จร) = ยูเรนัส (กำเนิด), ราหู (กำเนิด), อังคาร (กำเนิด) ก็เข้าสูตร A+B-C= C และตรงกับชุด Complex แรกที่ตั้งข้อสังเกตไว้ในตอนต้นของบทความ

ดวงจร (Transit)

ใจของคนคู่นี้รักกันตราบนี้ตลอดไป

เมื่อเวลาที่เกิดเหตุ ยังไม่ปรากฏแน่ชัด จึงตั้งเวลา จุดอมาวสี ที่ผ่านมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 คือเวลา 04:05 มาใช้ในวันเกิดเหตุ คือ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 เพื่อดูว่า เหตุสำคัญในวันนี้จะปรากฏรูปดาวอะไรบ้าง

08.jpg
ลัคนา (จร) = แอดเมตอส (v1)
แอดเมตอส (จร) = ราหู (v1), อังคาร (v1) และ ยูเรนัส (v1)
เสาร์ (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) **ปรากฏอยู่แล้วในดวงอมาวสี ที่ผ่านมา**
เสาร์ (จร) = อังคาร/เสาร์ (กำเนิด), ราหู/เสาร์ (กำเนิด)
ราหู (จร) = ลัคนา/ยูเรนัส (v1)
และ ลัคนา/ยูเรนัส (จร) = ลัคนา/ยูเรนัส (กำเนิด) เป็น Same equation

09.jpg

ซึ่งจะสังเกตว่า ยูเรนัส อังคาร เสาร์ ราหู และ แอดเมตอส นั่นเองที่เป็น “Keyword” ของเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ดวงทินวรรษ อมาวสี จนถึง วันเกิดเหตุ

และนาทีสุดท้ายของชีวิต ซึ่งประมาณการณ์เวลาเกิดเหตุ น่าจะอยู่ราว ๆ 12:45 ขณะทีเกิดเหตุ
จันทร์ (จร) ทับองศากับดาว ศุกร์ (กำเนิด) เป็นการบอกให้คนที่พบเห็นรู้ว่า ใจของคนคู่นี้รักกันตราบนี้ตลอดไป  ตรงกับที่คุณพ่อของน้องผู้หญิง ที่บอกว่า พบร่างทั้งสองกอดกันเป็นภาพสุดท้ายในซากรถที่ถูกชน

ปิดท้ายด้วยการกลับมาดูจุด เสาร์+เสาร์-อังคาร หรือ “จุดฌาปณกิจ” ในดวงกำเนิด ว่าบ่งบอกอะไรบ้าง ?

10.jpg
เสาร์+เสาร์-อังคาร = ราหู และ โครโนส
ฌาปณกิจเป็นคู่ และเป็นการฌาปณกิจที่ค่อนข้างสำคัญมากต่อคนในสังคมหรือเป็นงานใหญ่ (ซึ่งจากรายงานข่าวพบว่า มีผู้เดินทางไปร่วมพิธีเพื่อส่งดวงวิญญาณของน้องทั้งคู่ กว่าพันคน) 

จากกรณีศึกษานี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตของมนุษย์ที่ดำเนินไปบนโลกนั้น ย่อมสอดคล้องกับลีลาของดาวบนฟากฟ้า ดังปรัชญาที่ว่า “เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็ย่อมเป็นเช่นนั้น”

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอให้ความเคารพแก่น้องทั้ง 2 คน กุศลบุญใดที่ได้เคยทำมา ไม่ว่าอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ หรือ กุศลบุญที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ขอจงเกิดแก่ดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 คน และ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 ไปสู่สุขติและภพภูมิที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s