ทำไม โหราศาสตร์ จึงเป็นเรือนที่ 12 และถูกประณามหยามเหยียดอยู่ร่ำไป ?

ประสบการณ์ที่หลายคนคงประสบพบเจอ หากต้องเลือกมาอยู่บนเส้นทางของ “โหราศาสตร์” รวมถึงตัวผู้เขียนเองก็ด้วย

คุณเคยบ้างมั้ย ? ที่ต้องเผชิญกับสายตาถากถางของเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ในงานรวมญาติ

“เฮ้ย เดี๋ยวนี้ไอ้นี่มันกลายเป็นหมอดูไปแล้วว่ะ เรียนก็สูง ไม่น่ามางมงายอะไรพวกนี้เลยจริง ๆ”

“โอ้พระเจ้า จอร์จ มันแย่มากเลยค่ะ” – ซาร่า ไม่ได้กล่าว –

Marvel_Boy_The_Uranian_Vol_1_3.jpg
ภาพมันโดน ไม่ได้เกี่ยวกับบทความเล้ยยย !!

มันมีความลับที่อยู่ในใจ มีความลับที่อยู่ข้างใน เป็นความลับที่ยังเปิดเผยไม่ด้ายยย ความลับมีอยู่ว่า…

จาก ปรมาตมัน สู่ อาตมัน

การเทียบปรัชญา “วงจร 12 ราศี”

เพื่อมาปรับให้เข้ากับ “สภาวะ” ของความเป็นมนุษย์ในแต่ละคน

ก่อนอื่นคงต้องเท้าความปรัชญาของเรือนที่ 12 ก่อน เรือนชะตาที่ 12 (12th house : XII : วินาศน์, วินาศนะ ฯลฯ) ว่าด้วยความลึกลับ ลี้ลับ ไม่เปิดเผย คลุมเครือ ความเชื่อ ปรัชญาชีวิต สิ่งที่กัดกร่อนภายในโดยไม่แสดงออกภายนอก อุปสรรคที่มองไม่เห็น การเก็บตัว ถูกจำกัดบริเวณ จิตศาสตร์ จิตบำบัด ขาดสติ จินตนาการ ฯลฯ

ทำไม ?

คำว่าเรือนชะตา จริง ๆ แล้วก็คือ การเทียบปรัชญา “วงจร 12 ราศี” เพื่อมาปรับให้เข้ากับ “สภาวะ” ของความเป็นมนุษย์ในแต่ละคน จาก ปรมาตมัน สู่ อาตมัน

เพราะการเคลื่อนที่ของโลก มีอยู่ 2 รูปแบบ

GleamingCarefreeHackee-max-1mb.gif

  • 12 ราศี เกิดจากการที่ โลก หมุนรอบดวงอาทิตย์ ราศี จึงเป็นความหมายกว้าง ๆ ของโลกใบนี้
  • 12 เรือนชะตา เกิดจากการที่ โลก หมุนรอบตัวเอง เรือนชะตา จึงเป็นความหมายที่แคบลงมา ของมนุษย์คนนั้น ๆ

pisces.jpg

เพราะฉะนั้น ความหมายของราศีมีน กับ เรือนที่ 12 จึงเทียบเคียงกันได้ รวมถึงความหมายของดาวเกษตร (Ruler) ด้วย ซึ่งทางฝั่งโหราศาสตร์สากล ได้ปรับดาวเกษตรเสียใหม่ หลังจากที่มีการค้นพบดาวเนปจูน (Neptune) ในปี พ.ศ. 2389 เพื่อนำมาใช้แทนที่ดาวพฤหัสเดิม (Jupiter) ตามลำดับดาวพระเคราะห์ใกล้-ไกล เนื่องจากมีคุณสมบัติเชิงนามธรรมของดาวเคราะห์ที่ใกล้เคียงกับนิยามของ ราศีมีน และ เรือนที่ 12 มากกว่าดาวพฤหัสเดิม แต่ทางสายโหราศาสตร์ภารตะ หรือ โหราศาสตร์ไทยดั้งเดิม ยังคงให้ดาวพฤหัส แทนเกษตรของราศีมีนอยู่ในปัจจุบัน (แต่จะเน้นไปที่เรื่อง ปัญญา ความรู้ ศาสนา ชนชั้นนักบวชแทน)

เกิด หรือ ตาย คือเรื่องเดียวกัน

ภาวะสิ้นสลายในราศีมีน เพื่อไปสู่การเกิดใหม่ในราศีเมษ

  • ถ้าจุด 0 องศาราศีเมษ คือ “เกิด”
  • จุด 30 องศาราศีมีน ก็คือ “สลาย”

เกิด หรือ ตาย คือเรื่องเดียวกัน ก็คือจุดเดียวกัน คุณจะเกิดใหม่ได้ ก็ต้องตายจากสิ่งเก่า หรือก็คือ ภาวะสิ้นสลายในราศีมีน เพื่อไปสู่การเกิดใหม่ในราศีเมษ เช่น ก่อนคนจะตายก็สิ้นสติสัมปชัญญะ จากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า (ชาตินี้-ชาติหน้า)

-.jpg
ภาพวาดดัดแปลงจากต้นฉบับ Religion Protected by Spain โดย Corrado Giaquinto

เวลาคุณไปเฝ้าดูใจก่อนคนไข้จะเสีย คุณรู้สึกอย่างไร ? เวลาคุณนั่งเรือออกไปกลางทะเล เห็นแต่ท้องฟ้ากับทะเลแล้วรู้สึกอย่างไร ? ถ้าคุณเป็นพวกสายดื่ม ไอ้สภาวะก่อน “ภาพตัด” นั่นล่ะ รู้สึกอย่างไร ? ถ้าคุณถูกสั่งจำคุก คุณรู้สึกอย่างไร ? ภาษาวัยรุ่น มันก็จะอึน ๆ โหวง ๆ (เหวง ๆ) เคว้ง ๆ ไร้ที่ยึดเกาะนั่นแหละ จะเป็นลม หมดสติ Pass out (หรือถึงขั้น Pass away) ก็อยู่ใน Keyword ของราศีมีน-เรือนที่ 12 ทั้งคู่ (วิสัญญีแพทย์ ก็ใช่นะ)

มันช่างเหมาะกับวลี “สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น” เสียจริง ๆ ที่ตลกร้ายก็คือ เนปจูน หมายถึงความผิดหวัง หรือสิ่งที่ล้มเหลวก็ได้เช่นกัน

เมื่อย่อหน้าที่แล้วพูดถึงนั่งเรือออกไปกลางทะเลใช่มั้ย ? นั่นแหละ !! ราศีมีน-เรือนที่ 12 จึงมีความหมายครอบคลุมไปถึงเรื่อง ต่างประเทศ ชาวต่างชาติก็ได้ ลองนึกสภาพ เป็นคนไทยไปอยู่ท่ามกลางฝรั่ง ที่เราพูดภาษาเค้าไม่ได้เลย หรือ ไม่รู้จักใครเลย ไม่คุ้นที่ ไม่คุ้นคน มันก็โหวง ๆ เหมือนกัน

1.jpg

ถ้าราศีมีน-เรือนที่ 12 เป็นเรื่องของนามธรรม สิ่งที่จับต้องไม่ได้ เรื่องของกลิ่นไอ กลิ่นระเหย ก็ใช่ !! ไปทะเลคุณได้กลิ่นทะเล ไปวัดคุณได้กลิ่นธูป ไปโรงพยาบาลคุณได้กลิ่นยา ฝนตกขึ้นมาคุณได้กลิ่นดิน อยู่ใกล้คนขี้เมาคุณจะได้กลิ่นเหล้า อยู่ป่าช้าคุณก็จะได้กลิ่น… !!(?)

นอกจากนี้ ราศีมีน ยังมีความหมายครอบคลุมถึง พระ วัด ศาสนา การทรงเจ้า ภูติผีวิญญาณ สถานที่วังเวง ลึกลับ กลุ่มลัทธิ พิธีกรรม สถานที่เงียบสงบ สถานกักกัน หรือ เขตหวงห้าม โรงพยาบาล ของเหลว ยา สารเคมี ห้องแล็บ ร้านเหล้า บ่อนพนัน สถานที่ที่รายล้อมไปด้วยน้ำ ทะเล ท้องฟ้า อากาศ เครื่องบิน ฯลฯ

เมื่อมาเทียบเป็นเรือน 12 ในมนุษย์ ก็คือ ศรัทธา ความเชื่อ เรื่องทางจิต ความฝัน ภาวะสะลึมสะลือ
เคลิ้ม ๆ อาการเมา หมดสติ การเจ็บป่วยบางชนิด (เช่นการติดเชื้อ ไวรัส แบคทีเรีย หรือ สติฟั่นเฟือน) หรือการถูกคุมขัง เนรเทศ ซ่อนตัว หลบหนีไปต่างประเทศ

หลังจากนอกเรื่องไปยาว กลับมาที่หัวข้อหลัก ทำไมการพยากรณ์ หรือ การทำนายดวงชะตาถึงเป็นเรือนชะตาที่ 12 ? เพราะโหราศาสตร์ เกี่ยวข้องกับการทรงเจ้า ภูติผีวิญญาณ ? ไม่ใช่ !! (แม้คนทั่วไปจะนึกว่าเรื่องเดียวกันก็ตาม)

ผมเองก็เคยมีข้อโต้แย้ง กับ นักวิทยาศาสตร์ หลายคนนะ รวมถึงคนธรรมดาที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ แม้แต่กระทั่ง “ผู้ที่ศรัทธาในกระบวนการวิทยาศาสตร์” (ผมใช้คำว่า ศรัทธา นะ เพราะผมพบว่า พวกเขาไม่ได้มีหัวใจของความเป็นนักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย คุยไม่สนุกเท่ากับคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์จริง ๆ)

หลายคนคงรู้ดีว่า ข้อโต้แย้งพวกนี้มันก็มีมาตลอดนั่นแหละ จนสรุปได้ว่า Burden of Proof ควรจะเป็นของนักโหราศาสตร์เอง เพื่อพิสูจน์วิชานี้…

(จนเพิ่งมาคิดได้ทีหลังว่า จะถามหาจุดยืนของโหราศาสตร์ บนอาณาเขตของวิทยาศาสตร์ ไปทำไมวะเรา ? เหมือนเดินไปเกาหลีเหนือ แล้วถามใครรักประชาธิปไตย ยกมือขึ้น !!)

เขา… ขาด… ที่… ยึดเหนี่ยว… จิตใจ…

คนที่ศึกษาโหราศาสตร์มาระดับหนึ่งจะพบว่า “มันก็ไม่ได้งมงายนะ” ศึกษามาตั้งเยอะ ก็ไม่เห็นมันจะโหวง ๆ อะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องลี้ลับซักหน่อย เป็นปรากฎการธรรมชาติ ว่าด้วยความสัมพันธ์ของ “พื้นที่” “เวลา” และ “ผลลัพท์” ของมนุษย์ ขั้นตอนกระบวนการตั้งสมติฐานก็มีระบบระเบียบแบบแผน สอนให้กันได้ ถ่ายทอดให้กันได้ มีกำหนดเป็นหลักสูตรได้ ฯลฯ

คนมาดูดวงเค้ารู้เรื่องแบบเรามั้ยครับ ?

เพราะเขาไม่รู้ เขาคลุมเครือในอนาคตที่จับต้องไม่ได้

เขา… ขาด… ที่… ยึดเหนี่ยว… จิตใจ… นี่ต่างหาก คือเรือนที่ 12

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม “โลก” (คนโดยส่วนใหญ่) ยังคงมอง “การพยากรณ์” เป็นเรื่องลี้ลับคลุมเครืออยู่ตลอดเวลา โหราศาสตร์ รวมถึงศาสตร์การพยากรณ์ทุกแขนง ยังคงปรากฎบนโลก (ปรมาตมัน) ด้วยลักษณะของเรือนที่ 12 ชนิดที่ว่า เถียงยังไงก็ไม่ชนะหรอก

มีเฉพาะคุณ (อาตมัน) ที่เป็นนักโหราศาสตร์ เท่านั้นที่จะตอบตัวเองได้ว่า โหราศาสตร์ที่คุณกำลังศึกษาอยู่เป็นเรือนที่ 9 (การศึกษาระดับสูง วิชาความรู้ระดับสูง) หรือ เรือนที่ 12 (ความคลุมเครือ สิ่งที่ไม่เป็นรูปธรรม ความเชื่อ จับต้องไม่ได้)

มีแค่ตัวคุณคนเดียวเท่านั้น

ที่ประเมิณคุณค่าแท้จริงในตัวเองได้

ว่จะเป็นนักโหราศาสตร์แบบใด ?

ใครก็ตามที่ศึกษาโหราศาสตร์ และหมดกำลังใจจากคำถากถางเหล่านั้น ผมแค่อยากจะบอกว่า… ยังมีอีกหลายคนที่ต้องการเป็นแบบคุณนะ ยังมีอีกหลายคนที่ต้องการวิชาความรู้แบบที่พวกคุณร่ำเรียน แค่เราเงียบ และ สดับฟัง คุณจะได้ยินเสียงความทุกข์ของผู้คนมากมายที่หาทางออกไม่ได้ คุณจะพบพื้นที่บนโลกใบนี้ที่เขาต้องการคุณจริง ๆ ผมขอให้คุณภูมิใจกับสิ่งที่คุณได้ศึกษา หรือสิ่งที่คุณเป็นในวันนี้ คุณมีโอกาสได้เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจตัวเอง เข้าใจปรัชญาที่ร้อยเรียงชีวิตของมนุษย์แต่ละคนเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ต้องเสียเวลา หรือ เสียกำลังใจกับคำถากถางเหล่านั้น “เรา” ทุกชีวิต ต่างเป็นอาตมัน-ปรมาตมัน ซึ่งกันและกัน บนดาวเคราะห์ดวงนี้ที่เรียกว่า “โลก” เราปรากฎตัวบนโลกด้วยฐานะของ “นักโหราศาสตร์” จงภูมิใจ และ ยืนหยัดด้วยสถานภาพของ “นักโหราศาสตร์” มีแค่ตัวคุณคนเดียวเท่านั้น ที่ประเมิณคุณค่าแท้จริงในตัวเองได้ ว่าจะเป็นนักโหราศาสตร์แบบใด ? นักโหราศาสตร์แบบเรือนที่ 9 หรือ เรือนที่ 12

ขอให้ทุกคนโชคดี และ ประสบความสำเร็จในวิชาโหราศาสตร์ครับ

goodwp.com-27820.jpg

ป.ล. และถ้าจะสังเกตลึกลงไปอีก เมื่อตั้งเรือนชะตาเมษ เรือนที่ 9 และ 12 จะมีดาวเกษตร (ในระบบเก่า หรือที่เรียกกันว่าเกษตร 2 เรือน) ดวงเดียวกัน คือ พฤหัส คุณคิดว่า วิชาความรู้ระดับสูง (เรือนที่ 9) ในสมัยก่อนนั้นมาจากไหนกันล่ะ ? ก็ชนชั้นนักบวช (เรือนที่ 12) ไง !

ป.ล. 2 นักโหราศาสตร์ จึงเป็นมิตรที่ดี กับ นักจิตศาสตร์ นักปรัชญาศาสนา เพราะเรานั้นพวกเดียวกันนี่เอง !

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s