ภาพปรากฏซ้ำแห่งโชคชะตา โอ-โน่ ความผูกพันที่เป็นมากกว่า ครอบครัว

โอ วรุฒ.jpg

การจากไปของ คุณ โอ วรุฒ วรธรรม นับเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อจิตใจผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก รวมถึงสร้างความสงสัยแก่แวดวงโหราศาสตร์ว่า เหตุใด คนที่แข็งแรงปกติดี อยู่ ๆ ก็เกิดอาการช็อกหมดสติ เป็นลมไปอย่างกระทันหันแบบนั้น ? ทางผู้เขียนเห็นว่า เหตุการณ์นี้ ถือเป็นตัวอย่างประสบการณ์ในการพิจารณาดวงชะตาที่มีโจทย์ลักษณะซับซ้อน และไม่ทราบเวลาเกิดของเจ้าชะตามาก่อน จึงได้เขียนบทความนี้คือด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น หากมีการล่วงเกินใด ๆ ทางผู้เขียนต้องกราบขออภัย ณ โอกาสนี้ด้วย

จากแหล่งข้อมูล คุณ โอ วรุฒ วรธรรม เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2512 และเสียชีวิตด้วยวัย 48 ปี เมื่อคืนวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 02.40 น ณ โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ (ก่อนจะถึงวันเกิดของเขาเพียง 6 วัน) ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตคือ เป็นลมหมดสติไปอย่างกระทันหันในเย็นวันที่ 9 ก.ย. และจากไปอย่างสงบในวันที่ 11 ก.ย.

สำหรับวิชาโหราศาสตร์ การจะตรวจสอบเหตุการณ์การเสียชีวิตนั้น (ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ) ควรเริ่มมองจากภาพใหญ่ก่อน แล้วค่อยย่อยลงไปหาคำตอบในภาพเล็ก (ปี > เดือน > วัน) โดยเงื่อนไขที่เราต้องตรวจสอบแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

1 ดวงทินวรรษ บ่งบอกอะไรบ้าง ?

2 ดวงอมาวสี บ่งบอกอะไรบ้าง ?

3 วันที่คุณโอ วรุฒ จากไปนั้น บ่งบอกอะไรบ้าง ?

เดิมทีผู้เขียนตั้งใจจะมุ่งประเด็นไปที่ การเสียชีวิตของคุณ โอ วรุฒ เพียงอย่างเดียว จนกระทั่งมีโอกาศได้พูดคุย และได้รับการชี้แนะบางอย่างจาก อ. วิโรจน์ กรดนิยมชัย (อาจารย์ของตัวผู้เขียนเอง) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความน่าสนใจบางประการของ สมพงษ์ชะตา (Synastry) ระหว่างคุณ โอ วรุฒ วรธรรม และคุณ นีโน่ เมทนี บุรณศิริ แม้จะเป็นการใช้ “เวลาเกิดเสมือน” (Virtual Birth Time) ทั้งคู่ก็ตาม แต่ก็พบโครงสร้างที่สอดคล้องต้องกันอย่างน่าประหลาดใจ จึงขอนำเสนอมาในบทความนี้ด้วย

** หมายเหตุ**

  • “เวลาเกิดเสมือน” (Virtual Birth Time) เป็นเป็นเทคนิกเฉพาะของ อ. พลตรีประยูร พลอารีย์ 
  • ในกรณีนี้ ได้ทำการ Re-Location ดวงกำเนิดคุณ โอ ไปที่เชียงใหม่เป็นหลัก ซึ่งเป็นสถานที่เสียชีวิต
  • ราหูที่ใช้ เป็นราหูเฉลี่ย (Mean Node)

โอ -นีโน่ ความผูกพันธ์ที่มากกว่าคำว่า “ครอบครัว”

เมื่อใช้เทคนิกเวลาเกิดเสมือน (Virtual Birth Time) ของทั้งคู่จะพบว่า

ความสัมพันธ์ โอโน่ แบบลากเส้น.png

เมอริเดียน ของทั้ง 2 คน เล็งกันเอง และ เมื่อทำสมการไขว้ ราหู(นีโน่) / ราหู(โอ) = คิวปิโด(นีโน่) นั่นจึงหมายความว่า ความผูกพันที่เป็นมากกว่าคำว่า “ครอบครัว” แต่พวกเขาทั้งสองคนผูกพันกันในระดับเมอริเดียน ต่างฝ่ายต่างสะท้อนจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน และทั้งคู่ก็มีโครงสร้าง เมอริเดียน = เสาร์ สัมพันธ์กัน จึงมักประสบกับอุปสรรคในชีวิตบางอย่างร่วมกันอยู่เสมอ

เมอริเดียน(นีโน่) = เสาร์(นีโน่) = อาทิตย์(โอ) เมอริเดียน(โอ) = เสาร์(โอ)

สถานภาพและอุปสรรคบางอย่างในชีวิตของฉัน (โอ) สัมพันธ์กับ สถานภาพและอุปสรรคบางอย่างในชีวิตของเธอ (นีโน่) หรือ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อม ๆ กัน

ส่วน ราหู กุม ฮาเดส ในดวงนีโน่ นั่นหมายถึง มิตรสหายผู้ซึ่งตกทุกข์ได้ยาก แต่ในกรณีของคุณโอ และ คุณนีโน่ คงต้องเรียกว่า “เป็นมิตรแท้ในยามยาก”

ซึ่งหากลองตั้งเรือนชะตาอาทิตย์ ของคุณโอ จะพบ แอดเมตอส เมอริเดียน เสาร์ ฮาเดส ในเรือนที่ 11 ซึงก็คือ เจ้าชะตา เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนฝูง แต่เป็นมิตรแท้ซึ่งเป็นมิตรภาพกับบุคลจำนวนน้อย ที่มักจะประสบปัญหา และฝ่าฟันความยากลำบากไปด้วยกัน รวมถึงเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ใน ราศีพฤษภ จึงตีความปัญหาหรืออุปสรรคนี้ ไปทางเรื่องของการหารายได้

และจากการทำสมการไขว้ ราหู(นีโน่) / ราหู(โอ) ที่หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเธอ พบว่าทำมุม 45 องศากับจุด อังคาร/เสาร์(โอ) หรือ จุดตาย ของคุณ โอ วรุฒ” ในขณะที่ ราหู/เสาร์ (จุดพลัดพรากของความสัมพันธ์) ของคุณ นีโน่ ไปสัมพันธ์กับสมการไขว้ราหูของทั้ง 2 คน

รวมไปถึง ถ้าสังเกตว่า ราหูของคุณนีโน่ เดิมทีก็กุมกับ ฮาเดส อยู่แล้ว เมื่อสร้างสมการ ราหู+เสาร์-ฮาเดส (พลัดพรากจากความสัมพันธ์ด้วยความเจ็บป่วยหรือด้วยความน่าสลดใจ) ในดวงคุณนีโน่ ก็ไปเท่ากับโครงสร้างชีวิตเดิมของทั้งคู่ ก็คือ “ฉันและเธอต้องพลัดพรากจากการด้วยความน่าสลดใจ”

จึงไม่แปลกที่คุณ นีโน่ เมทนี จะมีบทบาทสำคัญกับคุณ โอ วรุฒ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะพวกเขาทั้ง 2 ต่างก็ผูกพันกันด้วยโชคชะตา

ดวงทินวรรษ (Solar Return)

ทินวรรษ ปัจจัยเดียว

ตรวจปัจจัยเดี่ยว ในทินวรรษ พบโครงสร้างของการพลัดพรากที่รุนแรง คือ

เสาร์(จร) = จันทร์(จร) = ราหู(กำเนิด)

เจ้าชะตาประสบกับการพลัดพรากในความสัมพันธ์

ราหู(V1) = เสาร์(กำเนิด) = เมอริเดียน(กำเนิด) = อาทิตย์(กำเนิด)

เป็นช่วงอายุที่เจ้าชะตาประสบกับการพลัดพรากในความสัมพันธ์

ลัคนา(จร) = แอดเมตอส(กำเนิด)

ประสบกับสภาวะบีบคั้น หยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือ ผู้อื่นถอนตัวออกไป

 

“ภาพปรากฎซ้ำ”  (Same-As Planetary Picture หรือ Same Equation)

และถ้าสังเกตดี  ๆ จะเห็นว่าเดิมทีแล้วในดวงกำเนิดคุณ โอ วรุฒ นั้นมี “เมอริเดียน กุม เสาร์” ซึ่งขณะเดียวกันดวงทินวรรษบนท้องฟ้าก็มี “เมอริเดียน กุม เสาร์” เช่นกัน ถือเป็นโครสร้างที่ควรพิจารณา เพราะจะสอดคล้องกับเรื่องของ “ภาพปรากฎซ้ำ” ของดวงกำเนิด และ ท้องฟ้า (Same-As Planetary Picture หรือ Same Equation) โดยที่ ทั้ง 2 จุดนี้ ไม่จำเป็นต้องทำมุมกันเอง เหตุการณ์ก็พร้อมที่จะเกิดขึ้นได้ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อปรากฎในดวงทินวรรษแล้วนั้น ยิ่งมีความเป็นไปได้สูง

**ในเรื่องของ “ภาพปรากฎซ้ำ” ผู้เขียนเคยประสบกับเหตุการณ์นี้โดยตรงขณะที่ตรวจดวงชะตาของของ “คู่รักบุพเพสันนิวาส” และ ในชั้นเรียนโหราศาสตร์กรณีของ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารที่ถูกธำรงค์วินัย รวมไปถึง การที่ผู้เขียนได้พบ เพื่อนในแวดวงโหราศาสตร์ ท่านหนึ่ง ก็เพราะมีจุดนักโหราศาสตร์เหมือนกัน และ สมการนั้น ปรากฎบนท้องฟ้า (Transit) ณ ช่วงนั้นพอดี โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำมุมเข้าโครงสร้างในกำเนิด หรือ V1

ตรวจจุด ลัคนา+จันทร์-เสาร์ อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ “โครงสร้างสมการ” เจอกับเอง

โครงสร้าง เจอ โครงสร้าง1

ลัคนา/จันทร์(จร) = ลัคนา+จันทร์-เสาร์(กำเนิด) ซึ่งแปลว่า นาทีนี้ (ในทินวรรษ) = นาทีตาย หรือนาทีพลัดพราก (กำเนิด)

 

ตรวจจุดฌาปนกิจ

อันที่จริง การอ่านดวงชะตาของคุณ โอ วรุฐ วรธรรม นั้นเป็นเหตุการที่เราทราบผลอยู่ก่อนแล้ว เราจึงสามารถคาดคะเนที่จะใช้จุด “ฌาปนกิจ” ได้เลยทันทีซึ่งมีหลายสมการให้เลือกใช้ แต่จากการตรวจสอบ ผู้เขียนพบว่ามีกลุ่มสมการหนึ่ง ที่ทำงานตั้งแต่ ดวงทินวรรษ ไปจนถึงดวงอมาวสี โดยเฉพาะในดวงทินวรรษนั้น ทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาเดี่ยวที่ชัดเจนมาก

อาทิตย์+ยูเรนัส-เนปจูน(จร) = เมอริเดียน(กำเนิด) = เสาร์(เกำนิด) = อาทิตย์(กำเนิด)

การพลัดพรากของเจ้าชะตา เป็นไปในลักษณะที่ดูคล่้ายกับว่า ถึงแก่กรรมไปแล้ว

อาทิตย์+ยูเรนัส-เนปจูน(V1) = ลัคนา(จร)

เจ้าชะตาอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การถึงแก่กรรม 

อาทิตย์/ยูเรนัส//เนปจูน(จร) = ลัคนา(กำเนิด)   **ความหมายเหมือนข้อบน**

เจ้าชะตาอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การถึงแก่กรรม

อาทิตย์/ยูเรนัส//เนปจูน(กำเนิด) = ราหู(กำเนิด) เมอริเดียน(จร) = จันทร์(จร)

ชัวโมงแห่งการถึงการแก่กรรม หรือ พลัดพรากจากความสัมพันธ์ของตัวเจ้าชะตา

ยูเรนัส+เนปจูน-เมษ = จันทร์(กำเนิด)

ชั่วโมงแห่งการฌาปนกิจ

ยูเรนัส/เนปจูน//เมษ = เมษ(V1)

ช่วงอายุที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับการฌาปนกิจ หรือ สุสาน

เสาร์+เสาร์-อังคาร(V1) = เสาร์(จร) = ราหู(กำเนิด)

เจ้าชะตาพลัดพรากจากมิตรสหายที่ผูกพันด้วยการถึงแก่กรรม หรือ พิธีศพ

ยังมีกลุ่มสมการอื่น ๆ อีกที่แปลความหมายได้ใกล้เคียงกันและทำมุมถึงจุดเจ้าชะตา แต่ตรงนี้เป็นข้อสังเกตถึงกลุ่มสมการ ยูเรนัส, เนปจูน และ อาทิตย์ (ใน คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ ให้ความหมายว่า ดูคล้ายกับถึงแก่กรรมไปแล้วหรือถึงแก่กรรม)เป็นกลุ่มที่เข้าจุดเจ้าชะตามากที่สุด ซึ่งโดยลำพังความหมายของ ยูเรนัส/เนปจูน  ก็แปลว่า สิ้นสติอย่างกระทันหัน ได้อยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นลักษณะของการถึงแก่กรรมของคุณ โอ วรุฒ ที่วูบหมดสติไปอย่างทันทีทันใด

 

การอ่านเรือนชะตาในดวงทินวรรษ

สำหรับดวงทินวรรษแล้ว เราสามารถอ่านเรือนชะตาโดยใช้แต่ดาวจร และ แบ่งเรือนชะตาหาความหมายเทียบได้กับเป็น ดวงชะตากำเนิดดวงหนึ่ง ซึ่งส่งผลในระยะเวลา 1 ปี นับจากนั้น

house

แอดเมตอส (ราศีมิถุน) ในเรือนที่ 3 เป็นปีที่เจ้าชะตาสื่อสารกับคนรอบข้างน้อยลง หรือไปมาหาสู่กับบุคคลจำนวนน้อย ตัดขาดจากการสื่อสารโดยทั่วไป

โครโนส ฮาเดส (ราศีกรกฎ) ในเรือนที่ 4 เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างใหญ่หลวงขึ้นภายในครอบครัว

พฤหัส (ราศีตุล) อาพอลลอน โพไซดอน ในเรือนที่ 8 โชคหรือความสำเร็จในเรื่องของปัญญา หรือ การทบทวนปรัญญาชีวิตจากสิ่งที่สูญเสียไป แต่ในที่นี้เน้นที่ พฤหัสราศีตุล ในเรือนที่ 8 อันมีความหมายว่า การถึงแก่กรรมอย่างรวดเร็วโดยไม่ทรมาน หรือ จากไปอย่างสงบ

เมอริเดียน เสาร์ คิวปิโด (ราศีธนู) และ พลูโต (ราศีมกร) ในเรือนที่ 10 ความพลัดพรากที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นที่ละน้อยภายในครอบครัว หรือตัวเจ้าชะตาเองต้องพลัดพรากจากครอบครัว ไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถานภาพบางอย่างในชีวิต ซึ่งอาจจะต้องเป็นการเดินทางไกลตามความหมายของราศีธนูด้วย (ก็คือการย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ห่างไกลจากครอบครัว)

ลัคนา เนปจูน ในเรือนที่ 12 การถูกปฏิเสธจากผู้อื่น รวมไปถึง การอยู่ในสถานที่จำเพาะของตัวเจ้าชะตาเอง การเก็บตัว หรือในแง่ของ การสูญสลายของสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ในชีวิตเจ้าชะตา

โดยเฉพาะการที่ เมอริเดียน กุม เสาร์ ในเรือนที่ 10 และ ยังทำมุมถึงจันทร์ นี่เป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตรายต่อสถานภาพชีวิตอย่างมาก สถานะภาพชีวิตรวนเร สั่นคลอน (ในกรณีของคุณ โอ เสาร์ ทินวรรษ ก็ยังทำมุมถึง อาทิตย์/เมอริเดียน ในทินวรรษด้วย อันหมายถึง พลัดพรากทั้งทางกายและจิตใจ)

ดวงอมาวสี (New Moon)

อมาวสีเดือน กันยายน วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 01:01 น.

อมาวสี.png

ตรวจปัจจัยเดี่ยว หากสังเกตุ เมษโค้ง V1 จะพบว่าเริ่มขยับมาถึง ฮาเดสกำเนิด พอดี และมี เสาร์จร ทำมุมอยู่ชั้น Transit ในขณะเดียวกัน เมอริเดียนโค้ง V1 และ เสาร์โค้ง V1 ก็ขยับลงมาถึง อังคารกำเนิด เป็นนัยยะบ่งบอกถึง การหยุดกิจกรรมบางอย่างของตัวเจ้าชะตาเอง

เมอริเดียน(จร) = เมอริเดียน(V1) = เสาร์(V1) = อาทิตย์ (V1) = อังคาร(กำเนิด) = คิวปิโด(จร)

เจ้าชะตาประสบเหตุการณ์สำคัญของสถานภาพชีวิต ซึ่งอาจมีการหยุดกิจกรรมบางอย่างของครอบครัวหรือหมู่คณะ

ฮาเดส(จร) = วัลคานุส(V1) = จันทร์(กำเนิด)

เจ้าชะตาขาดกำลังใจ หรือ อ่อนเพลียอย่างหนักเนื่องจากการเจ็บป่วย 

พฤหัส(จร) = เสาร์(จร) = เมษ(V1) = ฮาเดส(กำเนิด) = ยูเรนัส(กำเนิด)

พลัดพรากจากโชค หรือ การพลัดพรากที่เป็นโชค  จากภาวะทุกขเวทนาฉับพลัน

ตรวจจุด ลัคนา+จันทร์-เสาร์

ลัคนา+จันทร์-เสาร์(จร) = แอดเมตอส (V1) ราหู(กำเนิด)

นาทีตายหรือนาทีพลัดพรากจากความสัมพันธ์ ภายใต้ภาวะบีบคั้น

พฤหัส(จร) = เสาร์(จร) = ลัคนา/จันทร์(กำเนิด) = อาพอลลอน(กำเนิด) และเข้าโครงสร้างเมษ V1 ด้วย

การพลัดพรากที่เป็นโชค หรือ พลัดพรากจากโชคที่เป็นอยู่ (ไปสบาย) ในนาทีสำคัญชองชีวิต ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประชาชนหมู่มาก

ลัคนา(จร) = ลัคนา/จันทร์(กำเนิด)

เป็นเดือน(รอบอมาวสี) ที่เจ้าชะตาประสบกับเรื่องสำคัญบางอย่างในนาทีสำคัญของชีวิต

ลัคนา+จันทร์(จร) = เมอริเดียน(V1) = อาทิตย์(V1) = เสาร์(V1) = อังคาร(กำเนิด)

นาทีมรณกรรม นาทีพัดพราก หรือ การหยุดชะงักกิจกรรมของตัวเจ้าชะตา

 

ตรวจจุดฌาปนกิจ (สมการกลุ่มเดิม ยูเรนัส เนปจูน และ อาทิตย์ ก็ยังคงทำงานในรอบอมาวสีนี้)

ยูเรนัส/เนปจูน//อาทิตย์(จร) =  เมอริเดียน(จร) = เมอริเดียน(V1) = ลัคนา(V1) = อาทิตย์(V1) = เสาร์(V1) = อังคาร(กำเนิด)

ประสบกับการพลัดพราก หรือการถึงแก่กรรมอย่างกระทันหัน ซึ่งมีผลให้ต้องหยุดกิจกรรมต่าง ๆ ของเจ้าชะตา

เนปจูน/อาทิตย์//ยูเรนัส(จร) = จันทร์(กำเนิด)

ชั่วโมงแห่งการถึงแก่กรรม

อมาวสี เข้า ฌาปณกิจ ซ้อนกัน.png

จุดอมาวสี = อาทิตย์/ยูเรนัส//เนปจูน(V1) = อาทิตย์+ยูเรนัส-เนปจูน(กำเนิด)

เป็นเดือน(รอบอมาวสี) ที่มีความสำคัญในเรื่องของการถึงแก่กรรม 

**ชุดสมการเจอกันเองใน V1 กับ กำเนิด

ฌาปณกิจ 2

ราหู(จร) = เสาร์+เสาร์-อังคาร(กำเนิด)

การฌาปนกิจ หรือพิธีศพของบุคคลที่ผูกพัน หรือ มีคู่มิตรสหายที่ผูกพัน ร่วมในพิธีศพ

เสาร์+เสาร์-อังคาร(V1) = เมอริเดียน(กำเนิด) = อาทิตย์(กำเนิด) = เสาร์(กำเนิด)

การฌาปนกิจ หรือพิธีศพ นำไปสู่การพลัดพรากในสถานภาพชีวิตของเจ้าชะตา

ตรงนี้สังเกตว่า อาทิตย์ กำลังค่อย ๆ เหยียดองศาไปถึง จุด เสาร์+เสาร์-อังคาร(กำเนิด) ขาดอีกแค่ประมาณ 1-2 องศา หรือก็คือ อีก 1-2 วัน

วันที่เสียชีวิต

คุณ โอ วรุฒ เสียชีวิต วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 02.40 น จังหวัดเชียงใหม่

ตรวจจุด ลัคนา+จันทร์-เสาร์

ที่จริงมีโครงสร้างที่ชวนให้สันนิษฐานว่า คุณโอ วรุฒ น่าจะจากไปตั้งแต่ช่วงประมาณ 02:00 น แล้ว ส่วนเวลา 02.40 น สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการถอดเครื่องช่วยหายใจออก

เสียชีวิต ภาพใหญ่.png

ลัคนา(จร) = ลัคนา+จันทร์-เสาร์(จร) = ลัคนา/จันทร์//เสาร์(กำเนิด) เป็นนาทีเสียชีวิตของทั้ง “กำเนิด และ “จร” ที่ตรงกัน หรือแปลตรงตัวว่า นาทีนี้เสียชีวิต

ในขณะที่ จันทร์(จร) ค่อย ๆ วิ่งเข้าโครงสร้าง เสาร์(จร) = พฤหัส(จร) = เมษ(V1) = ฮาเดส(กำเนิด) ภายใน 25-30 นาที่ต่อมา หรือแปลได้ว่า ชั่วโมงแห่งการจากลาที่เป็นโชค(จากไปอย่างสงบ) จากเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจ 

เสียชีวิต

และหลังจากนี้ อาทิตย์จร เข้าสู่องศา เสาร์+เสาร์-อังคาร(กำเนิด) แปลได้ว่า วันจัดพิธีฌาปณกิจ ซึ่งจัดวันนั้นเป็นวันแรกโดยมี ราหูจร ทำมุมร่วมด้วย ซึ่งก็หมายถึง นีโน่ เมทนี และ ตั้ม สมประสงค์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิดจนวาระสุดท้าย (เพราะมิตรแท้ที่ผูกพัน คือความหมายของ ราหู ในทางโหราศาสตร์สากล และ ยูเรเนียน)

จากตัวอย่างจะเห็นว่า บางครั้งการใช้จุด “ฌาปณกิจ” อาจสามารถบ่งบอกได้ ว่าการพลัดพรากที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ (ในทินวรรษ) จะรุนแรงในระดับถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่ ?  และโดยมาก จะทำงานมาตั้งแต่ในดวงทินวรรษ และมักปรากฏซ้ำในดวงอมาวสี หรือ วันจรที่เสียชีวิต แม้ว่าเราจะไม่ทราบเวลาเกิดที่แท้จริงของคุณ โอ วรุฒ ก็ตาม แต่จากเทคนิกการหาเวลาเกิดเสมือน ของ อ.ประยูร จะเห็นว่าโครงสร้างเหล่านี้ยากเกินกว่าจะเป็นแค่ “เรื่องบังเอิญ” ที่เกิดขึ้นจากการสุ่มเวลาเกิดเพียงอย่างเดียว

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เวลาเกิดเสมือนของแต่ละสมมติฐานนั้น ย่อมต้องบ่งบอกอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าชะตาได้เสมอ ดังคำว่า“เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างย่อมเป็นเช่นนั้น”

 

 

Advertisements

ดวงคู่รัก บุพเพสันนิวาส เกิด-ตาย วันเดียวกัน

1_aP_eN-y4RUyyvg2onGHECg.jpeg

อันว่า “คู่แท้” หรือ “บุพเพสันนิวาส” คน 2 คน จากต่างบิดา มารดา จะมาพบกัน ลงรอยกัน ผูกสมัครรักใคร่กันนั้น พวกเขาทั้งคู่ต่างย่อมต้องมีวาสนาที่ดีต่อกันในอดีตชาติ เรื่องของบุพเพฯ นั้น อยู่คู่กับสังคมไทยมาแต่ช้านาน ด้วยอิทธิพลความเชื่อทางศาสนา ในเรื่องของ “กรรม” และ คำสอนของพระพุทธองค์ แม้แต่ความเชื่อที่ว่า เนื้อคู่ คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ในฐานะผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ ผู้เขียนเองเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่กลับหากรณีศึกษาจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้ได้ยากเหลือเกิน

“บุคคลผู้ซึ่งเกิดในช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์สำคัญบนท้องฟ้า ชีวิตของเขาย่อมส่งอิทธิพลบางอย่างที่สำคัญต่อคนในสังคมนั้น ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

จากข่าวสุดสะเทือนใจ กรณีของคู่รักที่เกิด วัน เดือน ปี เดียวกัน และ เสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถือว่าส่งอิทธิพลมากระดับหนึ่งต่อสังคม โดยเฉพาะวงการสื่อสารมวลชน ที่สงสัยว่าเหตุใดน้องทั้ง 2 คนนี้ จึงมีรูปแบบชีวิตและชะตากรรมที่สอดคล้องกันมาก ซึ่งตรงจุดนี้สามารถอธิบายความเข้าใจได้ด้วยความรู้ทางวิชาโหราศาสตร์ และไปย้ำรอยกับทฤษฎี อาตมัน-ปรมาตมัน

“บุคคลผู้ซึ่งเกิดในช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์สำคัญบนท้องฟ้า ชีวิตของเขาย่อมส่งอิทธิพลบางอย่างที่สำคัญต่อคนในสังคมนั้น ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

ทางผู้เขียนเห็นว่านี่คือกรณีศึกษาที่ไม่ได้พบเห็นได้โดยปกติ และเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับ โหราศาสตร์ยูเรเนียน แม้จะยังไม่ได้ขออนุญาตอย่างเป็นทางการจากญาติทั้ง 2 ฝั่งของน้อง แต่ทางผู้เขียนขอแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 คน ประหนึ่งอาจารย์ที่มอบความรู้ให้ทั้งตัวผู้เขียนและผู้อ่าน และหากบทความนี้สร้างความไม่สบายใจแก่ญาติของน้อง ๆ ผู้เขียนขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้ และสามารถติดต่อขอให้เอาบทความนี้ออกได้ครับ

“As Above, So Below”

“เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็ย่อมเป็นเช่นนั้น”

จากข้อมูล น้องทั้งคู่ เกิดวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2540 ซึ่งในกรณีนี้เราไม่ทราบเวลาเกิดจริง ทราบเพียงว่า เกิดเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นหมายความว่า ลัคนา ของทั้งคู่ย่อมสัมพันธ์กัน เรือนชะตาย่อมสัมพันธ์กัน และเมื่อเกิดในวันเดียวกัน อาทิตย์ ย่อมต้องอยู่ในองศาเดียวกันด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อดาวดวงใดดวงหนึ่งทำมุม ต่อลัคนา เมอริเดียน และ อาทิตย์ พวกเขาทั้งคู่ ย่อมได้รับผลกระทบไปพร้อม ๆ กัน
หากลองมองย้อนปรัชญาของวิชาโหราศาสตร์ที่ว่า

“As Above, So Below”

“เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็ย่อมเป็นเช่นนั้น”

เมื่อการจากไปของน้องทั้งคู่ สร้างผลกระทบต่อจิตใจของคนในสังคมเป็นอย่างมาก จึงเกิดสมมติฐานว่า ณ เวลาที่น้องเกิด พวกเขาปรากฏบนโลกใบนี้ด้วยอิทธิพลในระดับ “ปรมาตมัน” ตั้งแต่ต้นแล้ว นำไปสู่คำถามสำคัญก็คือ…

ในวันที่น้องทั้งคู่เกิดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนมีปรากฏการณ์สำคัญใดบ้าง ?

จะเห็นได้ว่า น้องทั้งคู่เกิดในวัน อมาวสี หรือ วันจันทร์ดับ (New Moon) คือ วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2540 จากปรัชญามูลฐานทางโหราศาสตร์ ที่ว่า “As Above, So Below” จึงเลือกเวลา “จุดอมาวสี” มาใช้แทนเวลาเกิด ซึ่งน่าจะปรากฏข้อมูลอะไรบางอย่างในดวงชะตาของทั้งคู่ เพราะคนที่เกิดในช่วงเวลานี้ ก็ย่อมได้รับอิทธิพลของ “ดวงอมาวสี” ในรอบนั้นติดตัวไปกับชีวิตด้วยเช่นกัน
จุดอมาวสี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 คือเวลา 14:03

2018-03-19-20-34-21 ตั้งเรือน เมอริเดียน.png

“ประสบอุบัติเหตุ ร่วมกับผู้อื่น”

เมื่อตั้งเรือนชะตาเมอริเดียน จะพบ พุธ แอดเมตอส ในเรือนที่ 8

02.jpg

การสูญเสีย การสละออกไปในชีวิตของเจ้าชะตา เกี่ยวของกับ ดาวพุธ และ แอดเมตอส หรือก็คือ การเดินทาง และ การบีบอัด แรงกระแทก หรือ การตรึงอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับไปไหนได้

หากตรวจมุมสัมพันธ์ดาวลงไปอีก จะพบว่า อังคาร กุม ราหู และ ทำมุม 135 องศา กับ ยูเรนัส เช่นกัน แปลคือ “ประสบอุบัติเหตุ ร่วมกับผู้อื่น” (ซึ่งไม่โดนคนเดียว มักจะโดนเป็นคู่ เพราะมี ราหู อยู่ด้วย) เพราะฉะนั้น Complex ของสมการดาวชุดนี้ น่าจะปรากฏอีกครั้ง ในขณะที่ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุ

 

“การแตกร้าวในครอบครัวหรือหมู่คณะ”

และอีกจุดหนึ่งที่ตอบข้อสงสัยว่า ทำไมเรื่องราวในชีวิตของทั้งคู่จึงคล้ายคลึงกัน จากเนื้อหาข่าวคือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ครอบครัวของน้องทั้งสองคนมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้น้องผู้ชายอยู่กับแม่ ส่วนน้องผู้หญิงอยู่กับพ่อ ซึ่งตรงนี้จะสังเกตได้จาก เมอริเดียน ที่อยู่ราศีกรกฎ ซึ่งสามารถอ่านไขว้เพศได้คือ

  • หากแทน เมอริเดียน คือ ชาย ราศีกรกฎจะแทนความหมายว่า แม่ จึงทำให้น้องผู้ชายอยู่กับแม่
  • หากแทน ราศีกรกฎ คือ หญิง ก็คือน้องผู้หญิง ซึ่งมีเมอริเดียนอยู่ด้วย นั่นหมายถึง อยู่กับพ่อ

03.jpg
และการแยกกันของครอบครัวนี่เอง ที่สามารถสังเกตได้จาก เนปจูน และ คิวปิโด ที่อยู่ตรงเส้นแบ่งราศีพอดี ทำให้ศูนย์รังสี เนปจูน/คิวปิโด อยู่ตรง “จุดมกร” เมื่อจับคู่แปลความหมายตาม คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ ของ อ. พลตรี ประยูร พลอารีย์ จะได้ว่า “การแตกร้าวในครอบครัวหรือหมู่คณะ”  ทั้งคู่จึงอาศัยอยู่กับครอบครัวที่เหลืออยู่ตามนี้

04.jpg

ข้อสังเกตอีกหนึ่งอย่างก็คือ ในดวงกำเนิดที่ตั้งจากเวลาอมาวสี จะเห็นว่า ค่าองศาความห่างระหว่าง เมอริเดียน และ อาทิตย์/จันทร์ (จุดอมาวสี) จะห่างกันประมาณ 25 องศา

รูปพิเศษ.jpg

ซึ่งเราสามารถนำตัวเลขนี้ ไปหาค่าความต่างจากตัวเลขมุมฮาร์โมนิคที่เราใช้ได้เช่นกัน ในกรณีนี้เราใช้เลขมุม 45 องศา จะได้ผลความต่าง คือ 20 องศา (45 องศา – 25 องศา =20 องศา)
ตรงนี้หมายความว่า ช่วงที่น้องทั้ง 2 คน มีค่าโค้ง v1 เท่ากับ 20 และ 25 (ค่า โค้ง v1 อาจคลาดเคลื่อนได้จากอายุจริงประมาณ 1 ปี แล้วแต่อัตราโคจรอาทิตย์ ณ วันที่เกิด) จะมีการทำมุมกันของ เมอริเดียน และ อาทิตย์/จันทร์ ในดวง v1 และ ดวงกำเนิด

  • เมื่ออายุประมาณ 20 ปี (ค่าโค้ง v1 = 20) เมอริเดียน ( v1) จะทำมุมถึง อาทิตย์/จันทร์ (กำเนิด)
  • เมื่ออายุประมาณ 25 ปี (ค่าโค้ง v1 = 25) อาทิตย์/จันทร์ ( v1) จะทำมุมถึง เมอริเดียน (กำเนิด)

แปลว่าใน 2 ช่วงอายุนี้ มีแน้วโน้มที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่ส่งผลต่อสถานภาพชีวิตของเจ้าชะตา แต่ในกรณีนี้ น้องทั่งคู่เสียชีวิตไปก่อนแล้ว เมื่อค่าโค้ง v1 = 20

ดวงทินวรรษ (Solar Return)

จาก ดวงอมาวสี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 ที่เรานำมาใช้เป็นเวลาเกิดนั้น หากคำนวณดวงทินวรรษในปีที่เกิดเหตุนี้ จะตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2560 เวลา 10:07

05.png

 

“อุบัติเหตุ หรือ ถึงแก่กรรมโดยฉับพลัน”

“หากเจ้าชะตาจะต้องมีการสูญเสีย จะเป็นไปในลักษณะของการสูญเสียอย่างฉับพลัน หรือ เกิดการพลัดพรากในทันทีทันใด”

เมื่อตรวจทินวรรษพบว่า สมมติฐานที่ตั้งไว้เกิดขึ้นจริง เพราะ เสาร์ (จร) ทำมุมฉาก 90 องศา กับ จุด อังคาร และ ราหูเดิมนั่นเอง (กลุ่ม Complex ดาวชุดเดิม) และ ที่สำคัญมาก ซึ่งเราพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก คือ Same equation เป็นภาพที่ปรากฏซ้ำอยู่ในดวงอมาวสีอยู่แล้ว

06.jpg

ราหู+อังคาร-เสาร์ (จร) = ราหู+อังคาร-เสาร์ (กำเนิด)
และทำมุม 45 องศา กับ เสาร์ (กำเนิด) เช่นกัน
คือเป็น Same equation ที่เข้าสูตร A+B-C=C
จากสมการชุดข้างบน เริ่มมีน้ำหนักเพียงพอที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้บ้างแล้ว แต่เราจะลองมองโครงสร้างอื่น ๆ อีกว่า มีจุดอุบัติเหตุที่บ่งบอกเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง
จากดวงทินวรรษ ความสัมพันธ์แบบดาวเดี่ยวที่สำคัญพบว่า
ราหู (จร) ทำมุม กับ ยูเรนัส (v1)
ยูเรนัส (จร) ทำมุมกับ เมอริเดียน (v1), ลัคนา (v1) และ พุธ (v1)
ยูเรนัส (v1) = พุธ (จร)
**ตรงส่วน ยูเรนัส (v1) = พุธ (จร) และ ยูเรนัส (จร) = พุธ (v1) ถือเป็น Reciprocal**
อังคาร (จร) = ยูเรนัส (กำเนิด)
จันทร์ (จร) = ยูเรนัส (จร)
อาทิตย์ และ จันทร์ (v1) = แอดเมตอส (กำเนิด)
หรือก็คือ ดาวยูเรนัส ค่อนข้างแสดงอิทธิพลมาก ในดวงทินวรรษรอบนี้ เมื่อใช้ จุดอิทธิพล (Sensitive Point) อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส ซึ่งแปลว่า “อุบัติเหตุ หรือ ถึงแก่กรรมโดยฉับพลัน”

อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (จร) =ยูเรนัส (v1), อังคาร (v1), ราหู (v1) ชุด Complex เดิมในดวง v1
อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) ซึ่งก็เข้ารูปสมการ A+B-C=C เช่นเดิม
ซึ่งในดวงกำเนิด จุด อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส = เสาร์ อยู่แล้ว แปลรูปประโยคคือ

“หากเจ้าชะตาจะต้องมีการสูญเสีย จะเป็นไปในลักษณะของการสูญเสียอย่างฉับพลัน หรือ เกิดการพลัดพรากในทันทีทันใด”

เมื่อภาพดาวปรากฏชัดในดวงทินวรรษปีนี้แล้ว ในดวงอมาวสี จะปรากฏข้อมูลอะไรบ้าง ?

ดวงอมาวสี (New Moon)

ดวง อมาวสีในรอบที่เกิดเหตุการณ์ ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 เวลา 04:05

07.png

สิ่งแรกที่มองเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่าคือ จุด อมาวสี ใกล้กับ ยูเรนัส (v1) มาก และ ยูเรนัส (จร) ทำมุม 180 กับเมอริเดียน ขณะที่เกิดอมาวสีด้วย
เมื่อไล่ความสัมพันธ์จากจุดเจ้าชะตากับดาวเดี่ย่วแล้วพบว่า

  • ลัคนา (v1) และ เมอเริเดียน (v1) = อาทิตย์ และ จันทร์ (กำเนิด) แปลว่า เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อสถานภาพชีวิตของเจ้าชะตา
  • อาทิตย์ และ จันทร์ (v1) = แอดเมตอส (กำเนิด) เจ้าชะตาประสบกับ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับแรงบีบคั้น กดทับ แรงกระแทก
  • เสาร์ (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) พลัดพรากอย่างฉับพลัน

เมื่อเริ่มใช้ ศูนย์รังสี ที่เกี่ยวข้องพบว่า

  • ยูเรนัส/เสาร์ (จร) = ราหู (v1) พลัดพรากอย่างฉับพลันกับ คนสนิท หรือคนที่ผูกพันด้วย
  • ยูเรนัส/เสาร์ (v1) = แอดเมตอส (กำเนิด) พลัดพรากอย่างฉับพลันด้วยแรงบีบคั้น แรงกระแทก
  • อังคาร/เสาร์ (จร) = ราหู (กำเนิด), ยูเรนัส (กำเนิด) การถึงแก่กรรมของคนที่ผูกพันด้วย

เมื่อจับดาวทั้งหมดในกลุ่มนี้ มาสร้างจุดอิทธิพล ยูเรนัส+เสาร์-ราหู ซึ่งแปลว่า “อยู่ในเหตุการณ์การพลัดพรากที่เกิดโดยฉับพลัน” ก็พบว่า
ยูเรนัส+เสาร์-ราหู (กำเนิด) = ราหู (v1) เข้าสูตร A+B-C=C
แต่ในความเห็นส่วนตัว จุดที่ว่านี้ บอกแค่ว่า อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีดวงกำเนิดเหมือนกัน และเป็น ราหู ซึ่งกันและกันเองอยู่แล้ว แต่น่าจะต้องมีสมการชุดอื่นที่เข้าถึงจุดเจ้าชะตาแบบตรง ๆ
เมื่อจับดาวในกลุ่มเดิมนั้น มาลองสร้างจุด อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส ซึ่งแปลว่า “ถึงแก่กรรมโดยฉับพลัน” จึงพบสมการที่ตรงตัวมากที่สุดนั่นก็คือ อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (จร) = เมอริเดียน (กำเนิด)
และเมื่อสมการชุดนี้สำคัญที่สุด ก็ต้องปรากฏในดวงโค้งสุริยยาตร์ v1 (Solar Arc v1) ด้วยเช่นกัน ซึ่งปรากฏว่า
อังคาร+เสาร์-ยูเรนัส (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) เข้าสูตร A+B-C=C
ซึ่งจะไปตอบโจทย์ใน Complex แรกสุดที่ว่า พื้นดวงมี อังคาร กุม ราหู = ยูเรนัส อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จึงต้องนำพาอิทธิพลเรื่องนี้จากดวงกำเนิดมาด้วย
และอีก 1 Complex ที่น่าสนใจคือ แอดเมตอส (จร) = ลัคนา (จร) = ยูเรนัส (v1) = ราหู (v1)
เมื่อเราจับดาวทั้งหมด มาตั้งเป็นจุดอิทธิพล
กลุ่มสมการชุดแรก แอดเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา ซึ่งแปลได้ว่า “ความตายเนื่องจากผู้อื่น”
แอดเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา (จร) = แอดเมตอส (v1), ยูเรนัส (จร)
แอดเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา (v1) = เสาร์ (จร), ฮาเดส (จร), พฤหัส (กำเนิด และ จร)
แอเมตอส+ยูเรนัส-ลัคนา (กำเนิด) = ฮาเดส (กำเนิด)
**ตรงจุดนี้เห็นว่า ไม่ได้ทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาโดยตรง แต่สัมพันธ์กับ พฤหัส ทั้งใน กำเนิด และ จร ซึ่งอาจมองว่า น้องน่าจะเสียชีวิตทันทีโดยไม่ทรมาน**
กับอีกกลุ่มสมการชุดหนึ่ง คือ แอดเมตอส+ยูเรนัส-ราหู ซึ่งแปลได้ว่า เพื่อนสนิท คนที่เราผูกพันด้วย ประสบกับ การพลัดพรากโดยฉับพลัน ด้วยอาการสั่นสะเทือน แรงบีบอัด แรงปะทะ ซึ่งในกรณีนี้คือ รถชน นั่นเองโดยที่ แอดเมตอส+ยูเรนัส-ราหู (จร) = ยูเรนัส (กำเนิด), ราหู (กำเนิด), อังคาร (กำเนิด) ก็เข้าสูตร A+B-C= C และตรงกับชุด Complex แรกที่ตั้งข้อสังเกตไว้ในตอนต้นของบทความ

ดวงจร (Transit)

ใจของคนคู่นี้รักกันตราบนี้ตลอดไป

เมื่อเวลาที่เกิดเหตุ ยังไม่ปรากฏแน่ชัด จึงตั้งเวลา จุดอมาวสี ที่ผ่านมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 คือเวลา 04:05 มาใช้ในวันเกิดเหตุ คือ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 เพื่อดูว่า เหตุสำคัญในวันนี้จะปรากฏรูปดาวอะไรบ้าง

08.jpg
ลัคนา (จร) = แอดเมตอส (v1)
แอดเมตอส (จร) = ราหู (v1), อังคาร (v1) และ ยูเรนัส (v1)
เสาร์ (v1) = ยูเรนัส (กำเนิด) **ปรากฏอยู่แล้วในดวงอมาวสี ที่ผ่านมา**
เสาร์ (จร) = อังคาร/เสาร์ (กำเนิด), ราหู/เสาร์ (กำเนิด)
ราหู (จร) = ลัคนา/ยูเรนัส (v1)
และ ลัคนา/ยูเรนัส (จร) = ลัคนา/ยูเรนัส (กำเนิด) เป็น Same equation

09.jpg

ซึ่งจะสังเกตว่า ยูเรนัส อังคาร เสาร์ ราหู และ แอดเมตอส นั่นเองที่เป็น “Keyword” ของเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ดวงทินวรรษ อมาวสี จนถึง วันเกิดเหตุ

และนาทีสุดท้ายของชีวิต ซึ่งประมาณการณ์เวลาเกิดเหตุ น่าจะอยู่ราว ๆ 12:45 ขณะทีเกิดเหตุ
จันทร์ (จร) ทับองศากับดาว ศุกร์ (กำเนิด) เป็นการบอกให้คนที่พบเห็นรู้ว่า ใจของคนคู่นี้รักกันตราบนี้ตลอดไป  ตรงกับที่คุณพ่อของน้องผู้หญิง ที่บอกว่า พบร่างทั้งสองกอดกันเป็นภาพสุดท้ายในซากรถที่ถูกชน

ปิดท้ายด้วยการกลับมาดูจุด เสาร์+เสาร์-อังคาร หรือ “จุดฌาปณกิจ” ในดวงกำเนิด ว่าบ่งบอกอะไรบ้าง ?

10.jpg
เสาร์+เสาร์-อังคาร = ราหู และ โครโนส
ฌาปณกิจเป็นคู่ และเป็นการฌาปณกิจที่ค่อนข้างสำคัญมากต่อคนในสังคมหรือเป็นงานใหญ่ (ซึ่งจากรายงานข่าวพบว่า มีผู้เดินทางไปร่วมพิธีเพื่อส่งดวงวิญญาณของน้องทั้งคู่ กว่าพันคน) 

จากกรณีศึกษานี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตของมนุษย์ที่ดำเนินไปบนโลกนั้น ย่อมสอดคล้องกับลีลาของดาวบนฟากฟ้า ดังปรัชญาที่ว่า “เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็ย่อมเป็นเช่นนั้น”

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอให้ความเคารพแก่น้องทั้ง 2 คน กุศลบุญใดที่ได้เคยทำมา ไม่ว่าอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ หรือ กุศลบุญที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ขอจงเกิดแก่ดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 คน และ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 ไปสู่สุขติและภพภูมิที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป