ภาพปรากฏซ้ำแห่งโชคชะตา โอ-โน่ ความผูกพันที่เป็นมากกว่า ครอบครัว

โอ วรุฒ.jpg

การจากไปของ คุณ โอ วรุฒ วรธรรม นับเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อจิตใจผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก รวมถึงสร้างความสงสัยแก่แวดวงโหราศาสตร์ว่า เหตุใด คนที่แข็งแรงปกติดี อยู่ ๆ ก็เกิดอาการช็อกหมดสติ เป็นลมไปอย่างกระทันหันแบบนั้น ? ทางผู้เขียนเห็นว่า เหตุการณ์นี้ ถือเป็นตัวอย่างประสบการณ์ในการพิจารณาดวงชะตาที่มีโจทย์ลักษณะซับซ้อน และไม่ทราบเวลาเกิดของเจ้าชะตามาก่อน จึงได้เขียนบทความนี้คือด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น หากมีการล่วงเกินใด ๆ ทางผู้เขียนต้องกราบขออภัย ณ โอกาสนี้ด้วย

จากแหล่งข้อมูล คุณ โอ วรุฒ วรธรรม เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2512 และเสียชีวิตด้วยวัย 48 ปี เมื่อคืนวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 02.40 น ณ โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ (ก่อนจะถึงวันเกิดของเขาเพียง 6 วัน) ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตคือ เป็นลมหมดสติไปอย่างกระทันหันในเย็นวันที่ 9 ก.ย. และจากไปอย่างสงบในวันที่ 11 ก.ย.

สำหรับวิชาโหราศาสตร์ การจะตรวจสอบเหตุการณ์การเสียชีวิตนั้น (ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ) ควรเริ่มมองจากภาพใหญ่ก่อน แล้วค่อยย่อยลงไปหาคำตอบในภาพเล็ก (ปี > เดือน > วัน) โดยเงื่อนไขที่เราต้องตรวจสอบแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

1 ดวงทินวรรษ บ่งบอกอะไรบ้าง ?

2 ดวงอมาวสี บ่งบอกอะไรบ้าง ?

3 วันที่คุณโอ วรุฒ จากไปนั้น บ่งบอกอะไรบ้าง ?

เดิมทีผู้เขียนตั้งใจจะมุ่งประเด็นไปที่ การเสียชีวิตของคุณ โอ วรุฒ เพียงอย่างเดียว จนกระทั่งมีโอกาศได้พูดคุย และได้รับการชี้แนะบางอย่างจาก อ. วิโรจน์ กรดนิยมชัย (อาจารย์ของตัวผู้เขียนเอง) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความน่าสนใจบางประการของ สมพงษ์ชะตา (Synastry) ระหว่างคุณ โอ วรุฒ วรธรรม และคุณ นีโน่ เมทนี บุรณศิริ แม้จะเป็นการใช้ “เวลาเกิดเสมือน” (Virtual Birth Time) ทั้งคู่ก็ตาม แต่ก็พบโครงสร้างที่สอดคล้องต้องกันอย่างน่าประหลาดใจ จึงขอนำเสนอมาในบทความนี้ด้วย

** หมายเหตุ**

  • “เวลาเกิดเสมือน” (Virtual Birth Time) เป็นเป็นเทคนิกเฉพาะของ อ. พลตรีประยูร พลอารีย์ 
  • ในกรณีนี้ ได้ทำการ Re-Location ดวงกำเนิดคุณ โอ ไปที่เชียงใหม่เป็นหลัก ซึ่งเป็นสถานที่เสียชีวิต
  • ราหูที่ใช้ เป็นราหูเฉลี่ย (Mean Node)

โอ -นีโน่ ความผูกพันธ์ที่มากกว่าคำว่า “ครอบครัว”

เมื่อใช้เทคนิกเวลาเกิดเสมือน (Virtual Birth Time) ของทั้งคู่จะพบว่า

ความสัมพันธ์ โอโน่ แบบลากเส้น.png

เมอริเดียน ของทั้ง 2 คน เล็งกันเอง และ เมื่อทำสมการไขว้ ราหู(นีโน่) / ราหู(โอ) = คิวปิโด(นีโน่) นั่นจึงหมายความว่า ความผูกพันที่เป็นมากกว่าคำว่า “ครอบครัว” แต่พวกเขาทั้งสองคนผูกพันกันในระดับเมอริเดียน ต่างฝ่ายต่างสะท้อนจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน และทั้งคู่ก็มีโครงสร้าง เมอริเดียน = เสาร์ สัมพันธ์กัน จึงมักประสบกับอุปสรรคในชีวิตบางอย่างร่วมกันอยู่เสมอ

เมอริเดียน(นีโน่) = เสาร์(นีโน่) = อาทิตย์(โอ) เมอริเดียน(โอ) = เสาร์(โอ)

สถานภาพและอุปสรรคบางอย่างในชีวิตของฉัน (โอ) สัมพันธ์กับ สถานภาพและอุปสรรคบางอย่างในชีวิตของเธอ (นีโน่) หรือ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อม ๆ กัน

ส่วน ราหู กุม ฮาเดส ในดวงนีโน่ นั่นหมายถึง มิตรสหายผู้ซึ่งตกทุกข์ได้ยาก แต่ในกรณีของคุณโอ และ คุณนีโน่ คงต้องเรียกว่า “เป็นมิตรแท้ในยามยาก”

ซึ่งหากลองตั้งเรือนชะตาอาทิตย์ ของคุณโอ จะพบ แอดเมตอส เมอริเดียน เสาร์ ฮาเดส ในเรือนที่ 11 ซึงก็คือ เจ้าชะตา เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนฝูง แต่เป็นมิตรแท้ซึ่งเป็นมิตรภาพกับบุคลจำนวนน้อย ที่มักจะประสบปัญหา และฝ่าฟันความยากลำบากไปด้วยกัน รวมถึงเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ใน ราศีพฤษภ จึงตีความปัญหาหรืออุปสรรคนี้ ไปทางเรื่องของการหารายได้

และจากการทำสมการไขว้ ราหู(นีโน่) / ราหู(โอ) ที่หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเธอ พบว่าทำมุม 45 องศากับจุด อังคาร/เสาร์(โอ) หรือ จุดตาย ของคุณ โอ วรุฒ” ในขณะที่ ราหู/เสาร์ (จุดพลัดพรากของความสัมพันธ์) ของคุณ นีโน่ ไปสัมพันธ์กับสมการไขว้ราหูของทั้ง 2 คน

รวมไปถึง ถ้าสังเกตว่า ราหูของคุณนีโน่ เดิมทีก็กุมกับ ฮาเดส อยู่แล้ว เมื่อสร้างสมการ ราหู+เสาร์-ฮาเดส (พลัดพรากจากความสัมพันธ์ด้วยความเจ็บป่วยหรือด้วยความน่าสลดใจ) ในดวงคุณนีโน่ ก็ไปเท่ากับโครงสร้างชีวิตเดิมของทั้งคู่ ก็คือ “ฉันและเธอต้องพลัดพรากจากการด้วยความน่าสลดใจ”

จึงไม่แปลกที่คุณ นีโน่ เมทนี จะมีบทบาทสำคัญกับคุณ โอ วรุฒ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เพราะพวกเขาทั้ง 2 ต่างก็ผูกพันกันด้วยโชคชะตา

ดวงทินวรรษ (Solar Return)

ทินวรรษ ปัจจัยเดียว

ตรวจปัจจัยเดี่ยว ในทินวรรษ พบโครงสร้างของการพลัดพรากที่รุนแรง คือ

เสาร์(จร) = จันทร์(จร) = ราหู(กำเนิด)

เจ้าชะตาประสบกับการพลัดพรากในความสัมพันธ์

ราหู(V1) = เสาร์(กำเนิด) = เมอริเดียน(กำเนิด) = อาทิตย์(กำเนิด)

เป็นช่วงอายุที่เจ้าชะตาประสบกับการพลัดพรากในความสัมพันธ์

ลัคนา(จร) = แอดเมตอส(กำเนิด)

ประสบกับสภาวะบีบคั้น หยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือ ผู้อื่นถอนตัวออกไป

 

“ภาพปรากฎซ้ำ”  (Same-As Planetary Picture หรือ Same Equation)

และถ้าสังเกตดี  ๆ จะเห็นว่าเดิมทีแล้วในดวงกำเนิดคุณ โอ วรุฒ นั้นมี “เมอริเดียน กุม เสาร์” ซึ่งขณะเดียวกันดวงทินวรรษบนท้องฟ้าก็มี “เมอริเดียน กุม เสาร์” เช่นกัน ถือเป็นโครสร้างที่ควรพิจารณา เพราะจะสอดคล้องกับเรื่องของ “ภาพปรากฎซ้ำ” ของดวงกำเนิด และ ท้องฟ้า (Same-As Planetary Picture หรือ Same Equation) โดยที่ ทั้ง 2 จุดนี้ ไม่จำเป็นต้องทำมุมกันเอง เหตุการณ์ก็พร้อมที่จะเกิดขึ้นได้ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อปรากฎในดวงทินวรรษแล้วนั้น ยิ่งมีความเป็นไปได้สูง

**ในเรื่องของ “ภาพปรากฎซ้ำ” ผู้เขียนเคยประสบกับเหตุการณ์นี้โดยตรงขณะที่ตรวจดวงชะตาของของ “คู่รักบุพเพสันนิวาส” และ ในชั้นเรียนโหราศาสตร์กรณีของ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารที่ถูกธำรงค์วินัย รวมไปถึง การที่ผู้เขียนได้พบ เพื่อนในแวดวงโหราศาสตร์ ท่านหนึ่ง ก็เพราะมีจุดนักโหราศาสตร์เหมือนกัน และ สมการนั้น ปรากฎบนท้องฟ้า (Transit) ณ ช่วงนั้นพอดี โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำมุมเข้าโครงสร้างในกำเนิด หรือ V1

ตรวจจุด ลัคนา+จันทร์-เสาร์ อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ “โครงสร้างสมการ” เจอกับเอง

โครงสร้าง เจอ โครงสร้าง1

ลัคนา/จันทร์(จร) = ลัคนา+จันทร์-เสาร์(กำเนิด) ซึ่งแปลว่า นาทีนี้ (ในทินวรรษ) = นาทีตาย หรือนาทีพลัดพราก (กำเนิด)

 

ตรวจจุดฌาปนกิจ

อันที่จริง การอ่านดวงชะตาของคุณ โอ วรุฐ วรธรรม นั้นเป็นเหตุการที่เราทราบผลอยู่ก่อนแล้ว เราจึงสามารถคาดคะเนที่จะใช้จุด “ฌาปนกิจ” ได้เลยทันทีซึ่งมีหลายสมการให้เลือกใช้ แต่จากการตรวจสอบ ผู้เขียนพบว่ามีกลุ่มสมการหนึ่ง ที่ทำงานตั้งแต่ ดวงทินวรรษ ไปจนถึงดวงอมาวสี โดยเฉพาะในดวงทินวรรษนั้น ทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาเดี่ยวที่ชัดเจนมาก

อาทิตย์+ยูเรนัส-เนปจูน(จร) = เมอริเดียน(กำเนิด) = เสาร์(เกำนิด) = อาทิตย์(กำเนิด)

การพลัดพรากของเจ้าชะตา เป็นไปในลักษณะที่ดูคล่้ายกับว่า ถึงแก่กรรมไปแล้ว

อาทิตย์+ยูเรนัส-เนปจูน(V1) = ลัคนา(จร)

เจ้าชะตาอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การถึงแก่กรรม 

อาทิตย์/ยูเรนัส//เนปจูน(จร) = ลัคนา(กำเนิด)   **ความหมายเหมือนข้อบน**

เจ้าชะตาอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การถึงแก่กรรม

อาทิตย์/ยูเรนัส//เนปจูน(กำเนิด) = ราหู(กำเนิด) เมอริเดียน(จร) = จันทร์(จร)

ชัวโมงแห่งการถึงการแก่กรรม หรือ พลัดพรากจากความสัมพันธ์ของตัวเจ้าชะตา

ยูเรนัส+เนปจูน-เมษ = จันทร์(กำเนิด)

ชั่วโมงแห่งการฌาปนกิจ

ยูเรนัส/เนปจูน//เมษ = เมษ(V1)

ช่วงอายุที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับการฌาปนกิจ หรือ สุสาน

เสาร์+เสาร์-อังคาร(V1) = เสาร์(จร) = ราหู(กำเนิด)

เจ้าชะตาพลัดพรากจากมิตรสหายที่ผูกพันด้วยการถึงแก่กรรม หรือ พิธีศพ

ยังมีกลุ่มสมการอื่น ๆ อีกที่แปลความหมายได้ใกล้เคียงกันและทำมุมถึงจุดเจ้าชะตา แต่ตรงนี้เป็นข้อสังเกตถึงกลุ่มสมการ ยูเรนัส, เนปจูน และ อาทิตย์ (ใน คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ ให้ความหมายว่า ดูคล้ายกับถึงแก่กรรมไปแล้วหรือถึงแก่กรรม)เป็นกลุ่มที่เข้าจุดเจ้าชะตามากที่สุด ซึ่งโดยลำพังความหมายของ ยูเรนัส/เนปจูน  ก็แปลว่า สิ้นสติอย่างกระทันหัน ได้อยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นลักษณะของการถึงแก่กรรมของคุณ โอ วรุฒ ที่วูบหมดสติไปอย่างทันทีทันใด

 

การอ่านเรือนชะตาในดวงทินวรรษ

สำหรับดวงทินวรรษแล้ว เราสามารถอ่านเรือนชะตาโดยใช้แต่ดาวจร และ แบ่งเรือนชะตาหาความหมายเทียบได้กับเป็น ดวงชะตากำเนิดดวงหนึ่ง ซึ่งส่งผลในระยะเวลา 1 ปี นับจากนั้น

house

แอดเมตอส (ราศีมิถุน) ในเรือนที่ 3 เป็นปีที่เจ้าชะตาสื่อสารกับคนรอบข้างน้อยลง หรือไปมาหาสู่กับบุคคลจำนวนน้อย ตัดขาดจากการสื่อสารโดยทั่วไป

โครโนส ฮาเดส (ราศีกรกฎ) ในเรือนที่ 4 เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างใหญ่หลวงขึ้นภายในครอบครัว

พฤหัส (ราศีตุล) อาพอลลอน โพไซดอน ในเรือนที่ 8 โชคหรือความสำเร็จในเรื่องของปัญญา หรือ การทบทวนปรัญญาชีวิตจากสิ่งที่สูญเสียไป แต่ในที่นี้เน้นที่ พฤหัสราศีตุล ในเรือนที่ 8 อันมีความหมายว่า การถึงแก่กรรมอย่างรวดเร็วโดยไม่ทรมาน หรือ จากไปอย่างสงบ

เมอริเดียน เสาร์ คิวปิโด (ราศีธนู) และ พลูโต (ราศีมกร) ในเรือนที่ 10 ความพลัดพรากที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นที่ละน้อยภายในครอบครัว หรือตัวเจ้าชะตาเองต้องพลัดพรากจากครอบครัว ไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถานภาพบางอย่างในชีวิต ซึ่งอาจจะต้องเป็นการเดินทางไกลตามความหมายของราศีธนูด้วย (ก็คือการย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ห่างไกลจากครอบครัว)

ลัคนา เนปจูน ในเรือนที่ 12 การถูกปฏิเสธจากผู้อื่น รวมไปถึง การอยู่ในสถานที่จำเพาะของตัวเจ้าชะตาเอง การเก็บตัว หรือในแง่ของ การสูญสลายของสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ในชีวิตเจ้าชะตา

โดยเฉพาะการที่ เมอริเดียน กุม เสาร์ ในเรือนที่ 10 และ ยังทำมุมถึงจันทร์ นี่เป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตรายต่อสถานภาพชีวิตอย่างมาก สถานะภาพชีวิตรวนเร สั่นคลอน (ในกรณีของคุณ โอ เสาร์ ทินวรรษ ก็ยังทำมุมถึง อาทิตย์/เมอริเดียน ในทินวรรษด้วย อันหมายถึง พลัดพรากทั้งทางกายและจิตใจ)

ดวงอมาวสี (New Moon)

อมาวสีเดือน กันยายน วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 01:01 น.

อมาวสี.png

ตรวจปัจจัยเดี่ยว หากสังเกตุ เมษโค้ง V1 จะพบว่าเริ่มขยับมาถึง ฮาเดสกำเนิด พอดี และมี เสาร์จร ทำมุมอยู่ชั้น Transit ในขณะเดียวกัน เมอริเดียนโค้ง V1 และ เสาร์โค้ง V1 ก็ขยับลงมาถึง อังคารกำเนิด เป็นนัยยะบ่งบอกถึง การหยุดกิจกรรมบางอย่างของตัวเจ้าชะตาเอง

เมอริเดียน(จร) = เมอริเดียน(V1) = เสาร์(V1) = อาทิตย์ (V1) = อังคาร(กำเนิด) = คิวปิโด(จร)

เจ้าชะตาประสบเหตุการณ์สำคัญของสถานภาพชีวิต ซึ่งอาจมีการหยุดกิจกรรมบางอย่างของครอบครัวหรือหมู่คณะ

ฮาเดส(จร) = วัลคานุส(V1) = จันทร์(กำเนิด)

เจ้าชะตาขาดกำลังใจ หรือ อ่อนเพลียอย่างหนักเนื่องจากการเจ็บป่วย 

พฤหัส(จร) = เสาร์(จร) = เมษ(V1) = ฮาเดส(กำเนิด) = ยูเรนัส(กำเนิด)

พลัดพรากจากโชค หรือ การพลัดพรากที่เป็นโชค  จากภาวะทุกขเวทนาฉับพลัน

ตรวจจุด ลัคนา+จันทร์-เสาร์

ลัคนา+จันทร์-เสาร์(จร) = แอดเมตอส (V1) ราหู(กำเนิด)

นาทีตายหรือนาทีพลัดพรากจากความสัมพันธ์ ภายใต้ภาวะบีบคั้น

พฤหัส(จร) = เสาร์(จร) = ลัคนา/จันทร์(กำเนิด) = อาพอลลอน(กำเนิด) และเข้าโครงสร้างเมษ V1 ด้วย

การพลัดพรากที่เป็นโชค หรือ พลัดพรากจากโชคที่เป็นอยู่ (ไปสบาย) ในนาทีสำคัญชองชีวิต ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประชาชนหมู่มาก

ลัคนา(จร) = ลัคนา/จันทร์(กำเนิด)

เป็นเดือน(รอบอมาวสี) ที่เจ้าชะตาประสบกับเรื่องสำคัญบางอย่างในนาทีสำคัญของชีวิต

ลัคนา+จันทร์(จร) = เมอริเดียน(V1) = อาทิตย์(V1) = เสาร์(V1) = อังคาร(กำเนิด)

นาทีมรณกรรม นาทีพัดพราก หรือ การหยุดชะงักกิจกรรมของตัวเจ้าชะตา

 

ตรวจจุดฌาปนกิจ (สมการกลุ่มเดิม ยูเรนัส เนปจูน และ อาทิตย์ ก็ยังคงทำงานในรอบอมาวสีนี้)

ยูเรนัส/เนปจูน//อาทิตย์(จร) =  เมอริเดียน(จร) = เมอริเดียน(V1) = ลัคนา(V1) = อาทิตย์(V1) = เสาร์(V1) = อังคาร(กำเนิด)

ประสบกับการพลัดพราก หรือการถึงแก่กรรมอย่างกระทันหัน ซึ่งมีผลให้ต้องหยุดกิจกรรมต่าง ๆ ของเจ้าชะตา

เนปจูน/อาทิตย์//ยูเรนัส(จร) = จันทร์(กำเนิด)

ชั่วโมงแห่งการถึงแก่กรรม

อมาวสี เข้า ฌาปณกิจ ซ้อนกัน.png

จุดอมาวสี = อาทิตย์/ยูเรนัส//เนปจูน(V1) = อาทิตย์+ยูเรนัส-เนปจูน(กำเนิด)

เป็นเดือน(รอบอมาวสี) ที่มีความสำคัญในเรื่องของการถึงแก่กรรม 

**ชุดสมการเจอกันเองใน V1 กับ กำเนิด

ฌาปณกิจ 2

ราหู(จร) = เสาร์+เสาร์-อังคาร(กำเนิด)

การฌาปนกิจ หรือพิธีศพของบุคคลที่ผูกพัน หรือ มีคู่มิตรสหายที่ผูกพัน ร่วมในพิธีศพ

เสาร์+เสาร์-อังคาร(V1) = เมอริเดียน(กำเนิด) = อาทิตย์(กำเนิด) = เสาร์(กำเนิด)

การฌาปนกิจ หรือพิธีศพ นำไปสู่การพลัดพรากในสถานภาพชีวิตของเจ้าชะตา

ตรงนี้สังเกตว่า อาทิตย์ กำลังค่อย ๆ เหยียดองศาไปถึง จุด เสาร์+เสาร์-อังคาร(กำเนิด) ขาดอีกแค่ประมาณ 1-2 องศา หรือก็คือ อีก 1-2 วัน

วันที่เสียชีวิต

คุณ โอ วรุฒ เสียชีวิต วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 02.40 น จังหวัดเชียงใหม่

ตรวจจุด ลัคนา+จันทร์-เสาร์

ที่จริงมีโครงสร้างที่ชวนให้สันนิษฐานว่า คุณโอ วรุฒ น่าจะจากไปตั้งแต่ช่วงประมาณ 02:00 น แล้ว ส่วนเวลา 02.40 น สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการถอดเครื่องช่วยหายใจออก

เสียชีวิต ภาพใหญ่.png

ลัคนา(จร) = ลัคนา+จันทร์-เสาร์(จร) = ลัคนา/จันทร์//เสาร์(กำเนิด) เป็นนาทีเสียชีวิตของทั้ง “กำเนิด และ “จร” ที่ตรงกัน หรือแปลตรงตัวว่า นาทีนี้เสียชีวิต

ในขณะที่ จันทร์(จร) ค่อย ๆ วิ่งเข้าโครงสร้าง เสาร์(จร) = พฤหัส(จร) = เมษ(V1) = ฮาเดส(กำเนิด) ภายใน 25-30 นาที่ต่อมา หรือแปลได้ว่า ชั่วโมงแห่งการจากลาที่เป็นโชค(จากไปอย่างสงบ) จากเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจ 

เสียชีวิต

และหลังจากนี้ อาทิตย์จร เข้าสู่องศา เสาร์+เสาร์-อังคาร(กำเนิด) แปลได้ว่า วันจัดพิธีฌาปณกิจ ซึ่งจัดวันนั้นเป็นวันแรกโดยมี ราหูจร ทำมุมร่วมด้วย ซึ่งก็หมายถึง นีโน่ เมทนี และ ตั้ม สมประสงค์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิดจนวาระสุดท้าย (เพราะมิตรแท้ที่ผูกพัน คือความหมายของ ราหู ในทางโหราศาสตร์สากล และ ยูเรเนียน)

จากตัวอย่างจะเห็นว่า บางครั้งการใช้จุด “ฌาปณกิจ” อาจสามารถบ่งบอกได้ ว่าการพลัดพรากที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ (ในทินวรรษ) จะรุนแรงในระดับถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่ ?  และโดยมาก จะทำงานมาตั้งแต่ในดวงทินวรรษ และมักปรากฏซ้ำในดวงอมาวสี หรือ วันจรที่เสียชีวิต แม้ว่าเราจะไม่ทราบเวลาเกิดที่แท้จริงของคุณ โอ วรุฒ ก็ตาม แต่จากเทคนิกการหาเวลาเกิดเสมือน ของ อ.ประยูร จะเห็นว่าโครงสร้างเหล่านี้ยากเกินกว่าจะเป็นแค่ “เรื่องบังเอิญ” ที่เกิดขึ้นจากการสุ่มเวลาเกิดเพียงอย่างเดียว

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เวลาเกิดเสมือนของแต่ละสมมติฐานนั้น ย่อมต้องบ่งบอกอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าชะตาได้เสมอ ดังคำว่า“เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างย่อมเป็นเช่นนั้น”

 

 

Advertisements